วิธีปราบเด็กช่างขอให้อยู่หมัดของแม่นัท

แชร์เรื่องนี้

คุณเคยรำคาญลูกไหม?

แอดเชื่อว่าต้องมีกันบ้างแหละเวลาที่ลูกเซ้าซี้ คาดคั้นบางสิ่งบางอย่างจากเราและยิ่งเป็นสิ่งที่ขัดความรู้สึกกับตัวเรามากๆ เช่น การขอของรางวัลหรืออะไรก็ตามที่เรามองว่าไม่จำเป็นจนบางครั้งก็เผลอดุด่าลูกบ้างซึ่งเราก็เข้าใจได้

คุณแม่นัท-ณัฐาการ ยวดยงค์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ก็ไม่ต่างกัน เธอเคยคิดว่าการใช้อารมณ์โกรธเพื่อปราบลูกที่ชอบเรียกร้อง ชอบขอของรางวัลจะเป็นแนวทางที่ดี แต่ก็ใช้ไม่ได้เลย อารมณ์โกรธยิ่งทำให้ลูกร้องหนักขึ้นจนสุดท้ายเธอก็พบว่ามันมีทางออกอื่นที่ดีกว่า ทางออกนั้นจะคืออะไรติดตามได้ที่บทสัมภาษณ์ด้านล่างเลยครับ

เมื่อก่อนเวลาที่ลูกขอของรางวัลหรือขออะไรคุณแม่ก็ตาม คุณแม่ทำอย่างไรกับเขาบ้าง

ก็ดุค่ะ ขึ้นเสียง ใส่อารมณ์กับเขาบ่อยๆ เลย อย่างที่จำได้ที่เราพูดแรงใส่เขาจนถึงกับตีก็มาจากแค่เรื่องที่ลูกขอกินลูกอมกับขอให้ไปส่งที่โรงเรียนเอง

จากที่บอกมาดูไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่เลย?

ใช่ค่ะ แต่ว่าปกติแล้วเราเป็นคนที่ไม่ชอบให้ลูกกินลูกอมอยู่แล้ว สอนพวกเขาเสมอว่ามันจะฟันผุ แต่วันนั้นลูกคนเล็กก็เซ้าซี้เราเหลือเกิน เริ่มจากเดินเข้าพร้อมกันทั้งคู่ คนเล็กมาบอกว่าแม่หนูอยากกินลูกอม เราก็บอกว่าไม่ได้ เดี๋ยวฟันผุ เถียงกันไปมาสักพัก เขาก็ย้อนกลับมาว่าแล้วทำไมแม่กินได้ ทีนี้เราเริ่มปรี๊ดน้ำเสียงเริ่มมีอารมณ์โกรธ เราบอกลูกว่า “กินไม่ได้ๆ ทำไมต้องมาเซ้าซี้อยากจะกิน รู้มั้ยว่าแม่รำคาญ!!” คำพูดนี้มานึกย้อนดูก็แบบ โอ้โห แต่ก่อนเราใจร้ายกับลูกมากเลย แต่ตอนนั้นก็ยังไม่พอ เราต่ออีกว่า “หนูจะมาร่ำไรเกินไปแล้วนะ พูดไม่รู้ฟังหรอ” ทีนี้ลูกทั้งสองก็ร้องไห้แล้วแยกย้ายกันไปและเราก็ไม่ได้คุยกับลูกไปพักหนึ่งเลย

ส่วนเรื่องลูกขอไปส่งที่โรงเรียนเนี่ยถึงขั้นตีน้องเขาเลยค่ะ เพราะน้องบอกว่าจะไม่ยอมไปโรงเรียนถ้าเราไม่ไปส่ง ทั้งๆ ที่ก็มีรถรับ-ส่งประจำอยู่แล้ว บวกกับตอนนั้นเรากำลังจะเข้างานแล้วด้วย ลูกยังมางอแง ไม่ยอม ถอดถุงเท้า ถอดรองเท้า ปิดประตูปั้งใส่หน้าแม่เลย เราโกรธมาก ตอนเขาออกมาเลยเผลอตีเขาไปหนึ่งทีแล้วพูดกับเขาแบบโมโหว่า “มาบอกแม่ซิว่าเราต้องการอะไร จะเอาอะไร” เขาก็ตอบเราเสียงหงอยๆ ว่า “ก็อยากให้แม่ไปส่งบ้าง ทีแม่ออกัสยังไปส่งได้เลย” หัวใจเราอ่อนยวบเลย ลูกแค่อยากให้เราไปส่งบ้าง แต่เรากลับทำรุนแรงกับลูกแบบนี้

เหตุการณ์นี้ทำให้คุณแม่คิดได้เลยหรอว่าเราควรหยุดทำร้ายลูก

ก็ด้วยค่ะ และก็ยังมีเราไปเจอคลิปสอนเลี้ยงลูกของต่างประเทศ เขาบอกวิธีว่าถ้ามีลูกที่เอาแต่ใจแม่ต้องจัดการยังไง หรือลูกที่เงียบๆ ไม่ยอมพูดต้องทำยังไงบ้าง รวมถึงแม่ของแม่เองก็บอกว่าให้เราลองนึกถึงตอนเราเป็นเด็ก เราก็มีของที่อยากได้เหมือนกัน ลองเทียบความรู้สึกของลูกกับเราตอนเด็กดูแล้วจะเข้าใจลูกมากขึ้น

ที่ว่าเจอคลิปสอนเลี้ยงลูกจากต่างประเทศ แม่เอามาปรับใช้อย่างไรบ้าง

แม่ไปเจอคลิปหนึ่งที่บ้านหนึ่งจะมีลูกสามคน คนเล็กจะเป็นเหมือนลูกแม่เลยคือเอาแต่ใจเพราะว่าโดนตามใจมาตั้งแต่เด็ก เขาก็จะไม่ค่อยยอมใคร ทีนี้เราก็เลยไปศึกษาว่าจะจัดการกับเด็กแบบนี้ยังไง เขาบอกให้พาลูกเข้ามุม ให้เขาสงบสติอารมณ์ อย่าให้ลุกออกมาจนกว่าเขาจะคิดได้ จนกว่าเขาจะตั้งสติได้ แล้วค่อยมาคุยกันแบบใช้เหตุผลอันนี้คือสิ่งที่แม่นำมาใช้ ส่วนคนโตจะออกแนวอ่อนไหวง่าย แม่พูดเสียงดังนิดหน่อยก็ร้อง คลิปนั้นก็แนะนำว่าไม่ให้ตะโกน ไม่ขึ้นเสียงใส่ลูก

ลองยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่คุณแม่ใช้เหตุผลกับน้องเวลาที่น้องงอแง

ล่าสุดก่อนเปิดเทอมนี้เอง เราไปเดินซื้อกระเป๋ากันที่ห้าง แต่ราคามันแพงมากๆ ลูกก็งอแงจะเอาให้ได้ แม่ทนไม่ไหวบอกลูกเสียงแข็งว่า “กลับบ้านเถอะ แม่ไม่ซื้อของแล้ว” เขาชะงัก แต่เราก็พูดต่อว่า “แม่อายเขาเห็นไหมคนมองใหญ่เลย หนูไม่อายหรอ หนูนั่งร้องแบบนี้ หนูโตแล้วนะ ถ้าหนูทำแบบนี้ เขาจะว่าพ่อกับแม่ไหม ว่าพ่อกับแม่ไม่บอกไม่สอน” เราดุไปขนาดนั้น แต่มันก็ไม่ได้ผล เขายังไม่ฟัง ร้องว่า อยากได้ๆ อยู่นั่น แม่เห็นท่าไม่ดีจึงคิดเปลี่ยนวิธีการพาลูกออกไปคุยกันดีๆ ข้างนอกห้าง เราบอกเหตุผลของเราว่าไม่อยากให้ซื้อเพราะมันแพง สอนให้ลูกลองคิดถึงอนาคตดูว่าถ้าลูกป่วย เงินส่วนนี้นำไปจ่ายค่ายาได้นะ ลองไปหากระเป๋าแบบเดียวกันแต่ราคาถูกลงมาหน่อยดีไหม เราพูดไปทั้งหมดนี้ลูกก็ฟังเรา เขาตอบว่าได้และก็เลิกงอแงไปเลย จุดประสงค์ของเขาแค่อยากได้กระเป๋ารูปเอลซ่าเพราะเป็นสิ่งที่เขาชอบมานานแล้ว ไม่ได้อยากได้เพราะว่าเห็นผ่านๆ แล้วสวยที่อยากได้แล้วไม่ได้เห็นคุณค่าของมัน

ในสายตาคุณแม่ ตอนนี้ลูกมีพฤติกรรมแตกต่างจากเมื่อก่อนเยอะไหม

อย่างกับฟ้ากับเหวค่ะ (หัวเราะ) คือ คนโตแต่ก่อนเวลามีอะไรไม่ได้ดั่งใจจะน้อยใจ เข้าห้องปิดประตูนอนร้องไห้ แต่พอหลังๆ มา เราเริ่มแสดงออกกับเขามากขึ้น เช่น พูดว่ารักลูก บอกให้เขาบอกเราเวลามีอะไรในใจ บอกให้เขาเข้มแข็ง ไม่ร้องไห้กับอะไรง่ายๆ เขาก็จะมาบอกเราตลอดเลยว่าเขาเสียใจนะที่แม่พูดขึ้นเสียงใส่เขา ก็จะแบบมา  มาให้แม่ปลอบ ไม่ต้องเสียใจนะ

ส่วนคนเล็กนี่จากแต่ก่อนโวยวาย ไม่ยอม อยากได้อะไรก็จะเอาให้ได้ดั่งใจ ชอบใช้ความรุนแรงด้วย หลังจากนั้นแม่ก็ใช้วิธีพาเข้ามุม พูดคุยด้วยเหตุผลจนเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเด็กคนเดิม เวลาต้องการอะไรก็เข้ามาพูดกับเราตรงๆ มีอะไรใช้เหตุผล ไม่กระทืบเท้า ปาของแล้ว

แสดงว่ารู้สึกโอเคกับการที่ทั้งเราและลูกเป็นแบบนี้

บางทีใช้เหตุผลกับลูกมันก็มีปรี๊ดบ้างค่ะ เราก็คนปกติ แต่ว่าประสบการณ์มันก็สอนเราว่าการใส่อารมณ์กับลูกมันไม่ดีหรอก คิดได้แบบนี้ก็ควบคุมตัวเองได้ หลังๆ ก็ทำบ่อย ทำเป็นประจำจนมันชินที่จะไม่ใช้อารมณ์ร้ายๆ กับลูกแล้ว

ลูกยังชอบขอของอยู่ไหม

ก็ยังขออยู่ แต่ถ้าเราไม่ให้พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ให้ เขาก็จะฟังแล้วบอกเราว่าถ้าแม่ไม่โอเคหนูก็รอได้ ไม่มีการงอแงอีกแล้ว

แม้สุดท้ายลูกจะยังชอบขอของอยู่ แต่มันก็ไม่แปลกอะไรเพราะคนทุกคนก็มีความต้องการ ยังมีสิ่งของที่อยากได้กันอยู่แล้ว แต่มันอยู่ที่ว่าพ่อแม่จะใช้เหตุผลสอนลูกให้รู้จักรอได้ไหม หากไม่ได้สิ่งของที่ต้องการในเวลานั้นจะทำให้ลูกจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้หรือเปล่า ลูกก็จะไม่ทำตัวน่ารำคาญอย่างที่เคยเป็น

หากพ่อแม่ท่านใดอยากรู้ว่าตัวเองสื่อสารกับลูกที่ชอบขอของรางวัลได้ดีพอแล้วหรือไม่?

สามารถติดตามรายการ “รอลูกเลิกเรียน” ตอน ลูกชอบขอของรางวัล

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสารกับลูกหลานวัยรุ่น

 

afterschoolonline.tv
Scroll to top