รู้ไหม?..ความอายมันน่ากลัว

แชร์เรื่องนี้

รวม 5 “โรคกลัว” ที่มาจากคนไม่กล้าแสดงออก

‘โรคกลัวเข็ม’ ‘โรคกลัวกระเทียม’ ‘โรคกลัวเนเธอแลนด์’ ‘โรคกลัวการลืมตาข้างเดียว’ ฯลฯ ตัวอย่างเล็กๆ ของสารพัดโรคกลัวแปลกๆ ที่คุณอาจคิดว่าไม่น่ามีใครเป็นกัน แต่เป็นไปแล้ว อาการกลัวสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถูกเรียกว่า Phobia

โรคกลัวหรือ Phobia เป็นโรคทางจิตเวชที่ผู้ป่วยมีความกลัวที่รุนแรงเกินกว่าเหตุและกลัวอย่างไม่สมเหตุสมผลเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกกลัวจึงพยายามหลีกเลี่ยง ไม่พาตัวเองเข้าไปในสภาพแวดล้อมแบบนั้นอีก

ถึงแม้ว่าโรคกลัวจะเกิดจากความกลัวที่ไม่สมเหตุสมผล แต่วันนี้เราได้รวบรวมโรคกลัวเรื่องแปลกๆ 5 โรคที่มีที่มาจากอาการเขินอายหรือคนที่ไม่กล้าแสดงออกครับ เราลองมาทำความรู้จักกับทั้ง 5 โรคนี้ด้วยกันดีกว่า

โรคกลัวการเข้าสังคม (Social Phobia)

โรคกลัวการเข้าสังคม คือ โรคที่ผู้ป่วยจะรู้สึกวิตกกังวลหรือเกรงกลัวต่อหนึ่งหรือหลายสถานการณ์ทางสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น การพูดต่อหน้าคนจำนวนมากหรือการออกไปกินข้าวนอกบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้ พวกเขาจะมีความคิดในแง่ลบต่อตัวเอง ผู้อื่น คิดว่าผู้คนที่จ้องมองมาคอยจ้องจะจับผิดและวิจารณ์ทุกครั้งซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างผลกระทบในการใช้ชีวิต การทำงานและการศึกษาเป็นอย่างมาก

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคนี้คือความเขินอาย การได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก รวมไปถึงการถูกพ่อแม่เลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมหรือถูกบังคับ

ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้กับตัวเอง เริ่มได้จากการเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง เข้าสังคมบ่อยๆ ฝึกพูดในที่สาธารณะ หากมีเวลาว่างอาจลองสมัครเข้าคอร์สฝึกพูดก็จะมีประโยชน์กับตัวเราเองไม่น้อยเลย

โรคกลัวตัวเองทำได้ไม่ดีพอ (Atelophobia)

โรคกลัวตัวเองทำได้ไม่ดีพอ คือ โรคที่ผู้ป่วยกลัวความไม่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองจินตนาการถึงคนที่กว่าจะสร้างผลงานออกมาได้สักชิ้นต้องใช้เวลานานสองนาน ทำแล้วลบใหม่ แก้แล้วแก้อีกเป็นสิบๆ รอบ พอใจในผลงานตัวเองยาก คนแบบนี้แหละที่เป็นโรคกลัวตัวเองทำได้ไม่ดีพอ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนี้ คือ อยู่ในครอบครัวที่มีการแข่งขันสูงตั้งแต่วัยเด็กทำให้ติดเป็นนิสัยว่าต้องชนะ ต้องเป็นที่หนึ่งและต้องไม่ผิดพลาดจนมีความวิตกเสมอว่าสิ่งที่จะทำจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด และเมื่อใดที่ผลไม่เป็นดั่งใจคิดคนกลุ่มนี้ยิ่งรู้สึกว่าล้มเหลวอย่างรุนแรง เกิดความเครียดและอาจส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้าตามมา

การรักษาแบ่งออกเป็น 3 ทางเลือก ได้แก่ การบำบัดรักษาโรคกลัวตามแนวทางการหยั่งเห็น, การบำบัดรักษาโรคกลัวตามแนวทางพฤติกรรมบำบัดและการรักษาด้วยยา

โรคกลัวสถานที่สาธารณะ (Agoraphobia)

โรคกลัวสถานที่สาธารณะเป็นโรคที่กลัวสถานที่ใหม่ๆ และสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย เช่น การต่อแถวเข้าคิวในธนาคาร, การเดินทางหรือที่โล่งแจ้งต่างๆ ไม่เพียงแต่สถานที่ที่มีคนจำนวนมากเท่านั้น ในห้องคับแคบก็ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกกลัวได้ เพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัย การควบคุมสถานการณ์ไม่ได้และอึดอัดใจทำให้ผู้ป่วยมักหลีกเลี่ยงการไปสถานที่เหล่านี้ หมกตัวอยู่ในบ้าน ไม่กล้าออกไปไหนเป็นปีๆ

ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด เพียงแต่คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า, เคยใช้สารเสพติด, เคยประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ อย่างเช่น คนใกล้ตัวเสียชีวิตนั้นมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูง นอกจากนี้ โรคนี้ยังเกิดกับผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า

วิธีการรักษาสามารถทำได้โดยการพบแพทย์เพื่อรับการทำจิตบำบัด, รับประทานยาคลายกังวลและยาต้านอาการซึมเศร้า รวมถึงปรับพฤติกรรมให้ตัวเองรู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น เช่น ออกกำลังกาย ทำสมาธิ เป็นต้น

โรคกลัวการทำงาน (Ergophobia)

โรคกลัวการทำงาน ไม่ใช่โรคที่เกิดจากคนเกียจคร้าน แต่เป็นโรคที่ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น การกลัวตกงาน, กลัวทำงานออกมาไม่ได้อย่างที่คาดหวังไว้ เช่น การไปพบลูกค้าหรือการนำเสนองานเจ้านายหรือความกังวลต่างๆ มากมายที่อยู่ในบรรยากาศของการทำงาน ผู้ป่วยมักจะกลัวและกังวลไปหมด

สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคนี้อาจเกิดจากการได้รับประสบการณ์ในการทำงานที่ไม่ดี เช่น ถูกไล่ออก, ถูกเพื่อนร่วมงานล้อเลียนจนอับอาย นอกจากนี้ ยังเกิดได้จากสถานการณ์อื่นที่ไม่ได้มาจากที่ทำงาน เช่น การออกไปรายงานหน้าชั้นเรียนในวัยเด็กที่ไม่น่าจดจำก็ส่งผลให้หวาดกลัวการนำเสนองานต่อหน้าหัวหน้างานได้เช่นกันและหากไม่รีบรักษาอาการนี้ก็เป็นไปได้มากที่จะส่งผลเสียให้กับผู้ป่วยโรคนี้

ส่วนวิธีการรักษา ได้แก่ การรับประทานยา การรับทำจิตบำบัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือทำคู่กันไปทั้งสองอย่างได้

โรคกลัวการตัดสินใจ (Decidophobia)

โรคกลัวการตัดสินใจเป็นโรคของผู้ตามชั้นดี เพราะผู้ป่วยเป็นโรคนี้ไม่สามารถชั่งน้ำหนักหรือประเมินข้อดีหรือข้อเสียต่อสิ่งต่างๆ ได้ เมื่อถึงคราวที่ต้องตัดสินใจด้วยตัวเองกลับทำไม่ได้ ต้องอาศัยผู้อื่นตัดสินใจให้เสมอ

สาเหตุหลักๆ ของคนเป็นโรคนี้เกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็กที่ไม่เคยถูกกระตุ้นให้ต้องตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเองเลย ผู้ปกครองจะเป็นคนที่ตัดสินใจให้เสมอ รวมถึงปมในอดีตที่เคยตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเองแล้วพลาดเลยส่งผลให้ไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเองอีก

ส่วนวิธีแก้ไข คือ การรับทำบำบัดจากแพทย์หรือนักบำบัดโรคกลัว การสะกดจิตหรือเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึกๆ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจต้องรับยาเพื่อลดความวิตกกังวลของตัวเองลง

ถ้าเรามองเผินๆ คงคิดว่าคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกหรือมีอาการเขินอายคงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่จุดเล็กๆ เหล่านี้ เมื่อมันเริ่มเกาะตัวรวมกันมากขึ้นก็แทบเป็นรอยด่างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลามากในการลบ ฉะนั้น การเรียนรู้ที่จะไม่อายก็เป็นสิ่งที่น่าเปิดใจและอาจจะดียิ่งกว่า ถ้าส่งต่อคำแนะนำดีๆ เหล่านี้ให้แก่คนที่คุณรัก

แต่ถ้าลูกของคุณเป็นคนขี้อาย ไม่ได้ร้ายแรงขนาดขั้นเป็นโรคกลัว ลองชวนลูกของท่านมานั่งดูรายการรอลูกเลิก เรียน ตอน ลูกขี้อายด้วยกันที่

นอกจากนี้ การสื่อสารก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่มีส่วนช่วยให้ลูกกล้าแสดงออกมากขึ้น ดังนั้น หากผู้ปกครองยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกอยู่ในระดับดีเพียงใด แบบทดสอบนี้ช่วยคุณได้

 

 

ที่มา:

honestdocs , www21.ha.org.hk , health.kapook.com ,  pobpad.com , pantip.com , th.wikipedia.org , medicinenet.com , bustle.com , immafatcat.blogspot.com

afterschoolonline.tv
Scroll to top