สัมภาษณ์น้องพรามณ์ ตอน ลูกมีพฤติกรรมต่อต้าน

แชร์เรื่องนี้

#แม่เป็นห่วงได้แต่ไม่ต้องพูดเยอะ

เดือดซะเหลือเกิน!! คำพูดข้างต้นของน้องพราหมณ์ เด็กดื้อเงียบที่ออกรายการรอลูกเลิกเรียน ตอน  ลูกมีพฤติกรรมต่อต้านที่แม่ถามอะไรก็ไม่ค่อยอยากตอบ ต้นเหตุมาจากการที่แม่พูดเยอะ อธิบายเยอะด้วยความเป็นห่วง แต่ว่ามันไม่โอเคกับลูกเสมอไป ลองมาดูมุมมองของน้องพรามณ์กันว่ามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

ทำไมก่อนหน้านี้ถึงเลือกเงียบใส่แม่?

หนูคิดว่าพอพูดอะไรไปแล้วแม่ก็ไม่ค่อยฟัง พูดไปก็ไม่ชนะเขา เหมือนถ้าพูดไปยังไงเขาก็เลือกทำในสิ่งที่เขาคิดว่าทำถูก โดยที่ไม่จำเป็นต้องฟังเราเลยก็ได้

ลองยกตัวอย่างเรื่องที่แม่ไม่ฟังเราให้หน่อย

อย่างเรื่องทำงาน ปกติหนูจะรับงานโฆษณาบ้าง แต่มีช่วงหนึ่งที่หนูไม่อยากทำงานเพราะหนูไม่ชอบงานนั้น แม่ก็จะมาละ จะมาพูดประมาณว่า “ทำไมไม่ทำ”, “ทำไมไม่ลองไปดูล่ะ” พูดแบบนี้เยอะๆ ซ้ำๆ จนหนูอารมณ์เสีย แค่หนูบอกว่าไม่ชอบมันก็น่าจะพอแล้ว เพราะหนูคิดว่าการที่เราทำสิ่งที่ไม่ชอบ งานมันก็จะออกมาไม่ดี แต่ตอนนั้นแม่ไม่หยุด หนูก็เลย ได้ ไม่พูดต่อแล้ว

นอกจากนี้ก็เวลาหนูไปเที่ยว แม่จะถามว่าไปไหน ไปกับใคร บางทีหนูก็แบบขี้เกียจตอบ ก็เลยแบบไม่อยากคุยด้วยและ แล้วทีนี้แม่ก็จะแบบ ก็แค่ถามเอง แต่น้ำเสียงเขาจะแบบไม่ค่อยพอใจ หนูก็เลยไม่อยากคุยด้วย

คุณแม่เริ่มเป็นแบบนี้ ตั้งแต่หนูอายุเท่าไร

น่าจะตั้งแต่ 10 กว่าขวบ แม่ก็เริ่มเป็นแบบนี้แล้ว

ความรู้สึกในตอนนั้นเป็นอย่างไร?

หนูรำคาญก็แม่พูดมาก เรารู้สึกว่าเราพูดแค่นี้คือจบแล้ว แต่แม่ก็ยังถามต่อนู่นนี่นั่น แม่ต้องการอะไร

หนูหวังอะไรจากการที่เงียบใส่แม่?

ไม่ได้หวังค่ะ เหมือนรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายมันจะจบยังไงก็เลยคิดว่าพูดไปมันก็ไม่มีประโยชน์

แต่เรื่องเจาะหู ถึงแม่จะห้าม หนูก็ยังไปเจาะหูมาเพิ่มไม่ใช่เหรอ?

หนูรู้อยู่แล้วว่าถ้าหนูไปขอเขา หนูก็ไม่ได้เจาะก็เลยแอบไปเจาะเลยดีกว่า มาเห็นทีหลังยังไงก็ห้ามเราไม่ได้แล้ว

หลังจากไปออกรายการรอลูกเลิกเรียน แม้ในรายการแม่จะทำให้เราพูดไม่ได้พอกลับไปแล้วแม่ยังทำตามคำแนะนำของหมอให้เราเห็นอยู่ไหม?

ทำค่ะ ช่วงนี้จะมีบ้างบางเรื่องที่แม่จะฟังเราเพียงฝ่ายเดียว ไม่ค่อยพูดเยอะแล้ว เช่น เรื่องเลือกคณะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนแม่จะบอกเรียนอันนั้นดีกว่า อันนี้ดีกว่า เพราะเขาไม่อยากให้เราเรียนนิเทศ แต่ตอนนี้เวลาที่ได้คุยเรื่องนี้ คือ เรียนที่อยากเข้าเลย หนูก็รู้สึกว่าสบายใจดี ไม่ต้องเครียดมาก ไม่ต้องมาทะเลาะกับแม่เรื่องนี้

หลังจากที่แม่พยายามปรับตัวแล้วเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับแม่เป็นอย่างไร?

ก็ดีขึ้นนิดนึงมั้งคะ เขาก็มาลูบหัว มากอด แต่ก่อนไม่ค่อยทำ เอาจริงๆ หนูก็รู้สึกแปลกๆ นะคะ จะทำ ไม่ทำก็เฉยๆ ยังไงก็ได้อยู่แล้ว แต่ที่ดีขึ้นก็อย่างที่บอกเรื่องชวนทะเลาะ มันลดลงไปบ้าง อย่างเรื่องงานที่หนูทำปกติจะเถียงกันบ่อย เพราะหนูไม่อยากทำ แต่แม่อยากให้ทำ ตอนนี้แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเท่าไรแล้ว

พอเห็นคุณแม่ทั้งที่พูดเยอะกับปรับตัวแล้ว หนูพอเข้าใจไหมว่าทำไมแม่ถึงทำอย่างนั้น?

เข้าใจค่ะ เขาน่าจะเป็นห่วงเราแหละ อีกอย่างเขาก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว เราพอเข้าใจได้

เข้าใจแล้ว แต่ถ้าแม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกล่ะ หนูจะทำยังไง?

ก็คงไม่ฟังเขาอีกแหละค่ะ (หัวเราะ) จะให้หนูทำยังไงอ่ะคะ

พอได้คุยกับน้องพรามณ์แล้วแอดว่าแอดก็เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะว่าที่พ่อแม่อธิบายเยอะก็เพราะความห่วง ส่วนน้องพรามณ์ที่เงียบก็เพราะตัดความรำคาญ เลยคิดว่ามันควรหาจุดกึ่งกลางระหว่างทั้งสองฝ่ายให้ได้

ถ้าพ่อแม่ยังหาทางออกไม่ได้ก็ลองทำตามเทคนิคของคุณหมอวิจากรายการรอลูกเลิกเรียนดู คือ พูดสั้นๆ ว่าไม่ชอบอะไร บอกความรู้สึกที่มีต่อสิ่งนั้นแล้วก็ขอร้องให้ลูกไม่ทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่เยิ่นเย้อก็จะทำให้ลูกรับรู้ถึงสิ่งที่เราต้องการและไม่รำคาญได้ครับ

หากพ่อแม่ท่านใดอยากรู้ว่าตัวเองสื่อสารกับลูกที่ดื้อเงียบได้ดีพอแล้วหรือไม่?

สามารถติดตามรายการ “รอลูกเลิกเรียน” ตอน ลูกมีพฤติกรรมต่อต้าน

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสารกับลูกหลานวัยรุ่น

afterschoolonline.tv
Scroll to top