ช็อก! เด็กไทยช้อปออนไลน์มากกว่าปีก่อน 5 เท่า พ่อแม่จะทำอย่างไร

แชร์เรื่องนี้

เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมามีสถิติที่น่าตกใจเผยมาว่าเด็กและเยาวชนทั่วโลกหันมาซื้อของออนไลน์เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 3 เท่า แต่สถิติของเด็กทั่วโลกก็ยังสู้เด็กไทยไม่ได้ที่เพิ่มสถิติการซื้อของออนไลน์จากปีก่อนสูงถึง 5 เท่า! (ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/106779)

จากสถิติข้างต้นก็เป็นไปได้ว่าเด็กไทยมีแนวโน้มที่จะซื้อของออนไลน์มากขึ้น ทั้งที่ยังไม่มีรายได้ ฉะนั้น พ่อแม่ควรทำอย่างไร เพื่อให้ลูกควบคุมการใช้เงินได้

วันนี้เราเลยต่อสายตรงไปปรึกษาคุณวรพจน์ พนาปวุฒิกุล (พี่เจมส์) นักจิตวิทยาคลินิกปฏิบัติการ แห่งศูนย์สุขภาพจิตที่ 4 กรมสุขภาพจิต นักจิตวิทยาขาประจำของเราให้ช่วยแนะนำเทคนิคควบคุมการใช้เงินของลูกแบบเด็ดๆ บ้าง ถ้าพ่อแม่อยากทราบกัน โปรดติดตามได้ที่บทสัมภาษณ์พี่เจมส์ได้เลย

1. พี่คิดว่าอะไรทำให้เด็กหันมาซื้อของออนไลน์มากขึ้น

พี่มองว่าการซื้อของออนไลน์มันเป็นเรื่องปกติเพราะไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุซื้อก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี การที่ยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าขนาดนี้ แต่สิ่งที่เราต้องสนใจคือทำไมคนถึงซื้อสิ่งที่มันฟุ่มเฟือยหรือควบคุมจำนวนของการซื้อของออนไลน์ไม่ได้ รวมไปถึงเรื่องเด็กเติมเงินในเกมแล้วควบคุมไม่ได้มากกว่าซึ่งทั้งหมดมันมาจากการที่เด็กควบคุมความอยากของตัวเองไม่ได้

2. ทำไมเด็กๆ ถึงควบคุมความอยากของตัวเองไม่ได้

เพราะเด็กปัจจุบันไม่ค่อยถูกสอนให้รอ รวมทั้งมีสิ่งล่อตาล่อใจมากมายแค่เราเปิดเว็บไซต์ออนไลน์ซื้อของขึ้นมาก็สามารถเข้าสู่โหมดช้อปปิ้งได้แล้ว เพียงแค่กดชำระเงินไป ไม่นานก็ได้ของ ถือว่าแทบไม่เกิดกระบวนการให้เด็กได้ฝึกการรอคอยขึ้นเลย ต่างจากสมัยก่อนที่กว่าจะเข้าถึงสินค้าก็ยาก แหล่งซื้อของก็ไม่ได้เยอะขนาดนี้ มันมีกระบวนการที่บังคับให้เรารอโดยอัตโนมัติไปเลย

3. แปลว่าการที่ถูกบังคับให้รอในสมัยก่อนเป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่า?

ไม่หรอก จริงๆ ที่โลกเป็นแบบนี้มันดีกว่า แต่พอคนไม่ได้ถูกฝึกการรอ คนมันก็จะเคยชินกับการทำอะไรเร็วๆ แล้วมันก็ส่งผลเสียให้กับตัวเด็กและครอบครัวมากนะ

พี่เคยเจอกรณีหนึ่งที่พ่อแม่เองเป็นคนหน้าใหญ่ใจโต รายได้ไม่เยอะแต่ชอบทำอะไรเกินตัวซึ่งส่งผลไปถึงลูกที่เขาอยากใช้เงินเกินตัวบ้าง ตอนนั้นลูกเขาอยากได้มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ แต่พ่อแม่ไม่มีเงินซื้อให้ สุดท้ายลูกก็ทำร้ายพ่อแม่ ซึ่งพี่ก็บอกไปเลยว่ามันยากมากๆ เพราะตัวพ่อแม่เองก็เป็นแบบนั้นและตัวพ่อแม่เองก็ไม่ได้สอนการอดทนรอให้ลูกเลย

4. ฟังดูแล้วการสอนให้ลูกอดทนรอมีประโยชน์มากๆ งั้นพ่อแม่ต้องสอนลูกอย่างไรบ้าง

เริ่มต้นจากการคุยกับลูกว่าลูกอยากได้อะไรแล้วพ่อแม่ต้องตั้งเงื่อนไขให้เขาว่าเขาต้องรอถึงระยะเวลาเท่าไหน เช่น ลูกบอกพ่อแม่ว่าอยากได้มือถือ เพราะทำตกแล้วเครื่องมันรวนๆ แต่ยังใช้ได้อยู่ พ่อแม่ที่อยากฝึกให้ลูกรอเป็นควรบอกกับลูกว่า “แม่ยังไม่ค่อยมีเงิน ตอนนี้ถึงเครื่องจะรวนๆ หนูก็ทนใช้ไปก่อนนะ อีกสักสามเดือนตอนที่โบนัสของแม่ออกได้ไหม เดี๋ยวแม่ซื้อให้” การตอบลูกแบบนี้จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะรอ รวมไปถึงได้มองเห็นคุณค่าของสิ่งของว่าครั้งต่อไปจะดูแลรักษาให้ดีกว่านี้ ถ้าไม่อยากใช้ของที่ไม่ดีอีก

5. จากที่พี่เจมส์ยกตัวอย่างมา ให้ลูกใช้โทรศัพท์แบบพังๆ 3 เดือนนั้นไม่นานเกินไปหรอ พ่อแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าควรให้ลูกรอเป็นระยะเวลาเท่าไร

ในความเป็นจริงการรอมี 2 แบบ คือ การรอแบบที่รอได้กับรอไม่ได้เลย อย่างเช่น ถ้าลูกไม่มีเสื้อนักเรียนใส่อย่างนี้เรียกว่ารอไม่ได้ พ่อแม่ต้องซื้อให้เลย แต่ถ้าเป็นกรณีลูกมีเสื้อผ้าใส่แล้ว แต่ลูกใช้ไม่ระวัง เสื้อขาด เสื้อเปื้อน พ่อแม่ก็เอาไปซ่อมแซมให้แล้ว แต่ลูกไม่พอใจบอกว่ามันไม่สวย อย่างนี้ไม่ต้องไปซื้อให้ ต้องให้เขารอเพราะมันยังใช้ได้อยู่ ฉะนั้น สิ่งที่พ่อแม่ต้องคำนึงถึง คือ มันเป็นเรื่องปัจจัย 4 ไหม? เป็นเรื่องกิน อยู่ หลับ นอนหรือเปล่า? ถ้ามันอยู่ในเรื่องเหล่านี้และส่งผลต่อการเจริญเติบโตหรือคุณภาพชีวิตก็ไม่ต้องรอหรอก แต่ถ้ามันเป็นเรื่องของหน้าตา เรื่องของความอาย เรื่องของความสะดวกสบาย สิ่งเหล่านี้รอได้ทั้งนั้น

6. นอกจากการสอนให้ลูกอดทนรอยังมีวิธีอื่นอีกไหมที่ช่วยให้ลูกควบคุมการใช้เงินของตัวเองได้

มี ยกตัวอย่างในกรณีเดียวกัน คือ มือถือของลูกพัง ลูกมาขอให้ซื้อให้ใหม่ พ่อแม่ก็ไม่ควรออกเงินซื้อโทรศัพท์ลูกให้ทั้งหมด แต่เป็นการช่วยลูกออกค่าใช้จ่ายบางส่วนแทน เช่น อาจบอกลูกว่าแม่มีเงินให้ 5000 บาท ถ้าลูกอยากได้มือถือรุ่นดีๆ เลยก็ให้เก็บเงินอีกสักนิดแล้วค่อยซื้อ แต่ถ้าทนไม่ไหว อยากได้เครื่องใหม่เร็วๆ ก็ซื้อมือถือที่คุณภาพรองลงมาได้เลย

7. วิธีการทั้งหมดที่บอกมาควรสอนลูกตั้งแต่ตอนไหน

เรื่องการอดทนรอให้เริ่มสอนตั้งแต่ยังเด็กเลยและควรสอนบ่อยๆ ให้ติดเป็นนิสัย ลูกจะได้ไม่เป็นคนตัดสินใจปุบปับ หุนหันพลันแล่น ส่วนเรื่องการออกเงินบางส่วนนั้นให้เริ่มสอนช่วงที่ลูกเข้าชั้นประถมเพื่อเป็นการฝึกความอดทนและสอนให้รู้จักอดออมไปในตัว

จบไปแล้วสำหรับบทสัมภาษณ์นี้ อย่าลืมนะครับพ่อแม่ทุกคนพี่เจมส์เขาย้ำเรื่องการสอนให้ลูกอดทนรอว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ถ้าไม่อยากให้ลูกเป็นคนฟุ่มเฟือยก็ควรเริ่มฝึกลูกตั้งแต่เด็กๆ และต้องสอนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ชินจนกลายเป็นนิสัยของน้องๆ ไปเลยครับ ลองดู

ติดตามรายการรอลูกเลิกเรียน ตอน ลูกใช้เงินฟุ่มเฟือย

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องการใช้เงินได้ดีหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

afterschoolonline.tv
Scroll to top