พ่อแม่แบบไหนที่ลูกไม่กล้าเข้าไปปรึกษา

แชร์เรื่องนี้

พ่อแม่แบบไหนที่ไม่ว่าลูกมีปัญหาหนักแค่ไหนก็ไม่กล้าเข้าไปปรึกษา

พ่อแม่วัยรุ่นหลายคนอยากให้ลูกของตัวเองเข้ามาปรึกษาในเวลาที่มีปัญหาทั้งนั้น เพราะบางทีการปล่อยให้ลูกตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตัวเองโดยไม่ปรึกษาก็มีโอกาสที่จะทำให้เรื่องราวบานปลายได้

พ่อแม่แบบไหนที่ลูกไม่กล้าปรึกษา

แน่นอนว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่เมื่อมีปัญหาส่วนตัวเป็นเพราะว่าความกลัว ไม่ว่าจะเป็นการโดนดุหรือการถูกทำโทษจากพ่อแม่นั่นเอง

องค์การแพธ (องค์กรพัฒนาเอกชนสาธารณประโยชน์) ให้ข้อมูลไว้ว่าคำพูดที่สร้างความรู้สึกไม่ดีจากพ่อแม่สามารถทำให้ลูกไม่กล้ามาปรึกษาปัญหาต่างๆ ของเขาได้ โดยเฉพาะคำพูดเชิงตำหนิลูกที่มีความรุนแรง ยกตัวอย่างเช่น

  1. การพูดจับผิดและดักคอลูก เช่น “บอกมานะว่า…” หรือ “อย่าให้รู้เชียวนะ”
  2. การพูดโดยตั้งคำถามที่ไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้อธิบาย เช่น ประโยคที่ลงท้ายว่า “..ใช่หรือเปล่า”, “ทำไมถึงทำแบบนี้” “ทำไมไม่ปรึกษากันตั้งแต่แรก”
  3. การไม่ยอมรับฟังลูก เพราะคิดจะสอนจะสั่งลูกอย่างเดียว โดยไม่ฟังคำอธิบาย
  4. คำพูดที่ไม่แสดงออกถึงความห่วงใย เช่น “กล้าดียังไงถึงปล่อยให้เรื่องมันใหญ่ขนาดนี้โดยไม่บอกพ่อสักนิด นี่ยังเห็นว่าเป็นพ่ออยู่หรือเปล่า?”

ฉะนั้น เราจึงไม่ควรสร้างความกลัวจนทำให้ลูกไม่กล้าปรึกษา ผ่านการเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นพ่อแม่ที่ลูกอยากเข้าไปปรึกษา ดังนี้

พ่อแม่ที่ลูกอยากเข้าไปปรึกษา

พ่อแม่แบบที่ 1 : พ่อแม่ที่สร้างความสบายใจให้กับลูก

ลองสร้างความสบายใจให้กับลูกโดยการเข้าไปคุยกับเขาก่อนด้วยประโยคง่ายๆ อย่างวันนี้ที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้างด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย สบายๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับเขาแล้วจึงตามด้วยการถามถึงปัญหาที่ลูกเก็บเอาไว้

พ่อแม่แบบที่ 2 : พ่อแม่ที่เข้าใจปัญหาของลูก

อย่าเอาความคิดของคุณไปตัดสินว่าปัญหาของลูกเป็นเรื่องเล็กๆ เพราะอย่าลืมว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของคุณกับของลูกไม่เท่ากัน ลูกต้องการคนที่เข้าใจเขา เขาถึงจะพูดความจริงในใจออกมาให้คุณรับรู้

พ่อแม่แบบที่ 3 : พ่อแม่ที่สนใจปัญหาของเขา

ไม่มีใครอยากจะปรึกษาคนที่ไม่ยอมรับฟังสิ่งที่ตัวเองพูดทั้งนั้น ลูกก็เช่นกัน ถ้าคุณแสดงท่าทีฟังเขาแบบผ่านๆ ลูกก็คงรู้สึกเสียใจไม่น้อยและเลือกไม่ปรึกษาคุณอีกเลย

พ่อแม่แบบที่ 4 : พ่อแม่ที่ไม่ปักใจเชื่อว่าลูกเป็นฝ่ายผิดตั้งแต่เอ่ยปาก

ฟังลูกให้จบก่อนค่อยตัดสิน เมื่อรู้ว่าลูกทำผิดเป็นปกติที่พ่อแม่จะอยากสอนสิ่งที่ถูกให้กับลูก แต่บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ควรจะรอให้ลูกเล่าปัญหาของเขาให้จบก่อน เพราะเขามาปรึกษาคุณแล้ว แน่นอนว่าเขาต้องการคนรับฟัง ฉะนั้น รอให้เขาพูดจบก่อนแล้วค่อยๆ สอนแบบไม่ตำหนิก็จะช่วยได้

พ่อแม่แบบที่ 5 : พ่อแม่ที่จัดการปัญหาให้เขาได้ทุกเมื่อ

สำหรับข้อนี้ พ่อแม่ต้องสร้างผลงานหน่อยแล้ว เพราะถ้าลูกเห็นว่าพ่อแม่พึ่งพาไม่ได้ ไม่เคยช่วยเขาได้เลย เขาก็จะไม่ปรึกษาคุณครับ

พ่อแม่แบบที่ 6 : พ่อแม่ที่เขามั่นใจว่าจะไม่ซ้ำเติมเขาเมื่อพูดปัญหาออกไป

ไม่มีใครอยากถูกขุดคุ้ยความผิดของตัวเองออกมาหรอก ไม่เว้นแม้แต่ลูกของคุณก็คงไม่อยากให้คุณพูดถึงความผิดพลาดของเขาในอดีตซ้ำๆ เพราะถ้ายิ่งตอกย้ำก็ยิ่งสร้างปมให้เขาเจ็บปวดได้ ฉะนั้น อย่าทำแบบนี้เลยนะครับ

พ่อแม่แบบที่ 7 : พ่อแม่ที่รักษาระยะห่างที่เหมาะสมกับลูก

เรื่องบางเรื่องลูกก็คงไม่อยากให้คุณรับรู้จริงๆ อย่าไปคะยั้นคะยอ ตั้งคำถามกับเขามากๆ เพราะนอกจากจะไม่บอกแล้ว อาจสร้างความอึดอัดใจให้กับลูกของคุณได้

พ่อแม่แบบที่ 8 : พ่อแม่ที่เก็บความลับของลูกได้

อย่าเอาความลับของลูกไปเล่าต่อเด็ดขาด เพราะลูกจะรู้สึกว่าคุณไม่เคารพปัญหาของเขาและเป็นการทำให้เขารู้สึกอายที่ปัญหาของเขาเป็นเรื่องขบขันของคนอื่น

ฉะนั้น หากคุณอยากเป็นคนแรกๆ ที่ลูกอยากเข้าไปปรึกษาก็ลองนำเทคนิคที่เรานำมาฝากข้างต้นไปใช้ได้ครับ

Sourceaboutmom.co , aomyiim , talkaboutsex.thaihealth

ติดตามรายการรอลูกเลิกเรียน ตอน ลูกมีปัญหาที่โรงเรียนแล้วไม่เล่าให้ฟัง

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องติดมือถือได้ดีหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

afterschoolonline.tv
Scroll to top