สัมภาษณ์พ่อต่าย – น้องใบเตย ตอน ลูกมีปัญหาที่โรงเรียน

แชร์เรื่องนี้

คุณเคยประสบปัญหาลูกเก็บงำความทุกข์ไว้คนเดียวไม่ยอมบอกคุณให้รู้บ้างไหม?

ถ้าใช่ คุณก็คงไม่ต่างกับพ่อต่าย-ภูมิพัฒน์​ สุคำวังที่กว่าจะรู้ว่าลูกมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียนก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะลูกหรือน้องใบเตยถูกคนในโรงเรียนเข้าใจผิดว่าเป็นคนก่อปัญหาทะเลาะกับคนในโรงเรียน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม แต่ด้วยความรักเพื่อนและไม่ได้รับคำเตือนจากพ่อแม่ทำให้น้องตัดสินใจทำเรื่องที่ผิดไป

พ่อต่ายรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากและอยากจะเปลี่ยนพฤติกรรมน้องใบเตยให้เล่าปัญหาที่ของเธอให้เขาฟังทั้งหมด มาดูกันว่าพ่อต่ายจะทำอย่างไร วิธีนี้ได้ผลแค่ไหน ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์พ่อต่ายกับน้องใบเตยได้เลยครับ

ช่วยเล่าปัญหาของน้องใบเตยให้เราฟังหน่อย?

พ่อต่าย : เราเคืองลูกที่ไม่ยอมบอกปัญหาที่โรงเรียนให้ฟัง เราอยากให้ลูกเล่าความจริงให้เราฟัง โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเท่านั้น

จากที่ฟังก็ดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาหนักอกหนักใจเท่าไรนะครับ?

พ่อต่าย : ไม่ใช่เลย เพราะเขากับเพื่อนดันไปมีเรื่องกับเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง และเหมือนลูกเราไปออกตัวแทนเพื่อนคนเดียวเลย ไปท้าทาย ไปด่าอีกฝ่ายผ่านสื่อโซเชียลจนกระทั่งพวกเขาไหวตัวทัน ไม่โต้ตอบแล้วก็แคปหน้าจอเป็นหลักฐานส่งครูครับ เราไม่โทษว่าฝั่งไหนผิดหรือถูก เข้าใจว่าเป็นปัญหาของเด็กวัยรุ่น แต่ลูกไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังเลย เราต้องมารู้จากปากคนอื่น แถมพอเราสอบถาม น้องก็ไม่ตอบ นิ่งใส่แทน

ใบเตย : เหตุผลที่หนูไม่กล้าบอกเพราะหนูกลัวว่าพ่อจะดุ จะตี แต่ถ้าถามว่าสนิทกับพ่อมากแค่ไหน หนูก็ยังให้พ่อเต็มสิบนะคะ เพราะถ้าเป็นเรื่องทั่วๆ ไป หนูก็จะคุยกับพ่อเป็นปกติเลย แต่ถ้าเป็นสิ่งที่หนูทำผิดหนูก็จะไม่กล้าบอกเลยค่ะ

พ่อต่าย : ใช่ฮะ ปกติแล้วเราสนิทกัน ผมจะขี้เล่นกับเขา แหย่กัน คุยกัน เขกหัวกันมั่งก็ยังมีเลย ลูกก็ตอบโต้เฮฮาเหมือนกัน แต่อาจด้วยที่ผมเป็นคนเสียงดัง จุกจิกจู้จี้ เรื่องมาก พอเจอเรื่องนี้ เขาก็เลยกลัวโดนทำโทษ ผมเคยบอกเขาว่าถ้าตี ตีจริง

ขอย้อนไปตอนที่คุณพ่อรู้เหตุการณ์ วันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

ใบเตย : วันนั้นใจหนูตกไปถึงตาตุ่มเลยค่ะ (หัวเราะ) หนูกำลังนอนอยู่ ไม่ค่อยสบายด้วยแล้วพ่อก็เรียกมาคุย ถามแบบคาดคั้นตามสไตล์ หนูก็ร้องไห้อย่างเดียวแล้วก็ไม่ตอบ พ่อบอกไม่ให้เล่นมือถือแล้วก็ออกไป

พ่อต่าย : จุดนี้แหละที่ทำให้โกรธ ก็คือถ้าลูกบอกก่อนนะ เราก็ยังหาทางแก้ไข สอนเขาได้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดีแล้วก็เตือนเขาได้ทัน แต่เมื่อปัญหามันเกิดขึ้นมา ทุกคนจะมองว่าจุดเริ่มต้นเกิดที่ลูกเราว่าลูกเราผิดซึ่งเป็นจริงไหม เขาไม่รู้ สุดท้ายกลายเป็นว่าลูกเราผิดทุกประตูเลย ไม่มีสิทธิ์ที่จะแก้ไขอะไรได้

ก่อนที่จะไปถึงวิธีของคุณหมอ พ่อใช้วิธีไหนเพื่อให้น้องเปิดปากพูดปัญหาของตัวเอง?

พ่อต่าย : หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น เราก็ดุและก็มีแต่ตั้งคำถามใส่เขา ทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงไม่มาคุย ไม่มาปรึกษา ด้วยอารมณ์โมโห เราถามแบบคาดคั้นจนเขากลัวเลยไม่ได้รับคำตอบจากปากเขาเลย

ใบเตย : ใช่เลยค่ะ หนูไม่กล้าตอบเพราะแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้ผู้ปกครองท่านอื่นอย่านำวิธีนี้ไปใช้นะคะ มันเกิดขึ้นกับหนูมาแล้ว ลูกกลัวจริงๆ เวลาโดนพ่อถามจี้ๆ แบบนี้

พอเข้าร่วมรายการแล้วคุณหมอแนะนำอะไรบ้าง?

พ่อต่าย : เอาตรงๆ ผมจำได้ไม่เป๊ะ แต่สิ่งที่ผมทำตั้งแต่ได้วิธีการจากคุณหมอมาจนถึงวันนี้ คือ การไม่คาดคั้นหรือตั้งคำถามซึ่งคุณหมอแนะนำว่าอย่าตั้งคำถามโดยคาดคั้นคำตอบจากลูกแล้วก็ต้องยอมให้ลูกได้พูดบ้างได้อธิบายบ้าง ผมเห็นว่ามันมีส่วนดีนะครับ เพราะลองนึกย้อนไปตอนเราเป็นวัยรุ่น ผมเองก็ไม่ชอบที่ใครมาตั้งคำถาม “ทำไมอ่ะ.. อะไรอ่ะ.. ยังไงอ่ะ” มันก็มีความรู้สึกว่า มายุ่งอะไรกับเรานักหนา แต่ถ้าเราคุยแบบเพื่อน คุยแบบเข้าใจกัน มันจะเป็นการที่เราไม่ต้องมาคาดคั้นเลย เขาจะเข้ามาเล่าให้เราฟังเองเลยว่าวันนี้หนูไปเจอนู่นนี่มา มันเป็นอย่างนั้น อย่างนี้นะ มันผิดกันกับก่อนหน้านี้เลย

ใบเตย : พ่อต่างจากตอนก่อนร่วมรายการจริงๆ ตอนนี้หนูเลยกล้าคุยกับพ่อมากขึ้น เช่น เรื่องที่หนูคุยกับเพื่อนผู้ชายแต่พ่อแม่นึกว่าหนูไปมีแฟน ถ้าเป็นเมื่อก่อนหนูจะปล่อยให้ทั้งคู่ดุแล้วท่านก็ไป แต่เดี๋ยวนี้หนูก็จะบอกกับพ่อไปตรงๆ เลยว่าแกล้งเล่นเฉยๆ ไม่ใช่เรื่องจริง หนูคุยกับเพื่อนผู้ชายแบบนี้เป็นปกติ

พ่อต่าย : เขาจะฟังเราดุอย่างเดียว มันเลยทำให้เราสงสัย ไม่รู้ว่าเป็นบ้าบ้าคิดไปเองหรือเป็นเพราะเราห่วงลูกเลยไปคาดคั้น แต่เดี๋ยวนี้เราจะเปลี่ยนเป็นถามแบบทีเล่นทีจริง อย่าง “จริงหรอ?.. ชัวร์เปล่า?..” เขาก็จะตอบว่าชัวร์พ่อ พ่อดูได้เลยแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้เราดูตรงนั้นเลย เราสบายใจ เขาก็สบายใจครับ

น้องใบเตยชอบคุณพ่อเวอร์ชั่นก่อนหรือหลังเข้าร่วมรายการมากกว่ากัน?

ใบเตย : ชอบเวอร์ชั่นหลังจากถ่ายรายการแล้วค่ะ เพราะพ่อไม่คาดคั้นเหมือนแต่ก่อนและยอมให้หนูได้ไปเที่ยว ไปดูหนังกับเพื่อนหลังเลิกเรียนแล้วค่ะ แต่ก่อนคือไม่ยอมให้หนูไปเลยจนเพื่อนล้อ

ผู้สัมภาษณ์ : ขอโทษนะครับ แค่ดูหนังคุณพ่อก็ไม่อนุญาตเลยหรอครับ

พ่อต่าย : ถูกต้องครับ

ผู้สัมภาษณ์ : ว้าววววว!! สุดยอดครับพ่อ

ทุกคน : (หัวเราะ)

ผู้สัมภาษณ์ : เชิญพูดต่อเลยครับน้องใบเตย

ใบเตย : ตอนนั้นหนูเข้าไปเจอตอนที่น้องของหนูจะขอไปเที่ยวกับเพื่อนด้วยพอดีแล้วพ่อก็อนุญาต หนูเลยพูดด้วยอารมณ์น้อยใจว่า “ทีหนูขอ ไม่เคยให้ไปเลย” พ่อก็บอกว่า “ไม่ให้ไป พ่อหวง” พ่อก็ชอบพูดเล่นอย่างนี้ แล้วหนูก็ทำเป็นแบบนอยด์ ไม่คุยด้วยแล้วพ่อก็บอกว่า.. ยังไงนะ จำไม่ได้แล้ว (หัวเราะ)

พ่อต่าย : มันนานแล้ว หลายเดือนแล้วจำไม่ได้หรอกครับ (หัวเราะ)

ใบเตย : แต่สุดท้ายพ่อก็ยอม หนูรู้สึกดีใจมากๆ มันเป็นครั้งแรกที่ขอได้เลย ก็คือเพื่อนชวนไปใช่ไหม ปกติเพื่อนก็จะชอบชวนไปเล่นๆ เพราะเพื่อนรู้ว่าหนูไปไม่ได้อยู่แล้ว (พ่อ : พวกเพื่อนๆ อึ้งกันเป็นแถว) แล้วเพื่อนๆ ก็บอกว่า “คราวนี้ต้องไปให้ได้นะใบเตย” น้ำเสียงโน้มน้าวเราสุดๆ แล้วพ่อจะแบบว่า “ห้ามมีผู้ชายไปนะ ถ้าพ่อจับได้ พ่อจะไม่ให้ไปอีกเลย” หนูก็เลยบอกว่าจะถ่ายรูปมาให้ดูเลย

พ่อต่าย : มันก็ถ่ายมาทุกขั้นตอนเลย จะเข้าโรงหนังอยู่แล้วก็ยังจะถ่ายมาให้ดูอีกลูกคนนี้

พ่อพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ไหม

พ่อต่าย : พอใจครับ ลูกเปิดเผยมากขึ้น กล้าเล่าความเป็นจริงให้เราฟังมากขึ้น เรามีปฏิสัมพันธ์ความเป็นพ่อกับลูกมากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้เราอายุเยอะแล้วแต่ต้องลงไปเป็นเหมือนวัยรุ่น ไปเข้าใจ ไปเล่น ไปรู้ ไปสัมผัสตัวตนของลูก ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือคำแนะนำจากหมอหรือทีมงาน แม้แต่เพื่อนร่วมรายการด้วยกัน ผมก็เก็บมาเป็นข้อมูลแล้วปรับตัวเพื่อเป็นเพื่อนเขาได้อย่างสนิทใจ ไม่มีอีกแล้วที่ขอดูโทรศัพท์ด้วยอารมณ์ที่ขัดขืน ตอนนี้เวลาขอดู เขาก็ยื่นให้ดูโดยที่ไม่มีคำพูดว่าจะดูทำไม ผมว่าเท่านี้มันคือความสบายใจแล้ว

คุณพ่ออยากแนะนำเทคนิคไหนเป็นพิเศษที่ทำให้ลูกนำปัญหาหนักใจมาเล่าให้เราฟัง

พ่อต่าย : พ่อแม่ควรความอ่อนโยน ความเข้าใจ และการเข้าถึงจิตใจของลูก คอยรับฟังปัญหาจากเขา มันสละเวลาแค่นิดเดียว ไม่นานหรอกครับเพื่อแลกกับความสุขของลูก ของครอบครัวของคุณจะได้มีความสุข เพียงเข้าถึงจิตใจเขาได้ ปัญหามันจะไม่เกิดเลยครับ

ช่วยโน้มน้าวเพื่อนที่ไม่ชอบเอาปัญหามาเล่าให้พ่อแม่ฟังเลิกพฤติกรรมนี้หน่อย

ใบเตย : ให้ลองมองพ่อเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เราสนิทด้วยแล้วก็เข้าไปปรึกษาเลยค่า ไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยมาแก้ทีหลัง จริงๆ แล้วพ่อก็ให้คำปรึกษาเราได้ดีนะคะ ไม่เป็นอย่างที่คิดเลย ตอนนี้ยกให้เป็นที่ปรึกษา No.1 เลยค่ะ

ฝากบอกอะไรกับแฟนๆ รายการรอลูกเลิกเรียนหน่อยครับ

พ่อต่าย : รายการนี้ทำให้เราพ่อลูกเข้าใจกันมากขึ้น แก้ไขปมต่างๆ ให้คลี่คลายลงซึ่งเป็นไปในทิศทางที่ดี แล้วก็อยากจะฝากไปถึงคนที่ดูรายการว่าคำพูดของคุณหมอลองนำไปปฏิบัติใช้ได้นะครับ มันสามารถใช้ได้ตลอด แล้วมันจะทำให้ปัญหาในเรื่องของวัยรุ่น คลี่คลายลงด้วยครับ สิ่งหนึ่งที่ไม่ลืมเลย อยากขอบคุณทีมงานด้วย ทางทีมงานทุกคนน่ารักมากและทุกคนโอเคให้แนวคิดให้เหมือนกับสิ่งที่เราขาดหายไปได้กลับคืนมา

การสัมภาษณ์ครั้งนี้มันเป็นการสัมภาษณ์ที่หัวใจของแอดรู้สึกพองโตตลอดเวลาเลยครับ มันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ น้ำเสียงที่มีความสุข แอดสัมผัสได้จริงๆ ว่าความสัมพันธ์ของพ่อต่าย-น้องใบเตยอยู่ในสถานการณ์ที่ดีไปจนถึงดีมากที่พ่อลูกจะมีให้กันได้ ถ้าเป็นไปได้ใครที่มีปัญหาคล้ายๆ กับครอบครัวที่น่ารักครอบครัวนี้ ลองนำวิธีของคุณหมอจากรายการไปใช้ดูได้นะครับ ^^

ติดตามรายการรอลูกเลิกเรียน ตอน ลูกมีปัญหาที่โรงเรียน

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องติดมือถือได้ดีหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

afterschoolonline.tv
Scroll to top