สัมภาษณ์แม่แคท – น้องเอิร์บ ตอน ลูกมีปัญหาเรื่องเรียนต่อ

แชร์เรื่องนี้

หากคุณสังเกตว่าลูกของคุณหลีกเลี่ยงที่จะพูดความฝันหรืออาชีพที่เขาอยากทำในอนาคต คุณลองมาดูวิธีของคุณแม่แคท-จิรา กฤตยพงษ์กันครับ

แม่แคท-คุณแม่ของน้องเอิร์บ ลูกชายที่มีเป้าหมายชัดเจน รักความสมบูรณ์แบบและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรง่ายๆ แต่ดันไม่ยอมคุยเรื่องความฝันของตัวเองให้แม่ฟังเพราะครั้งหนึ่งแม่เคยต่อต้านความคิดของเขา เขาจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาพ่อหรือยายแทน

มาดูกันว่าคุณแม่แคทจะทำให้ลูกชายคนนี้กลับมาปรึกษาแม่เรื่องนี้อีกครั้งได้อย่างไร ติดตามได้ที่บทสัมภาษณ์นี้เลยครับ…

1. ช่วยเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นให้ฟังหน่อย

แม่ : ลูกไม่เลี่ยงที่จะไม่คุยเรื่องอนาคตของเขาให้เราฟัง เวลาเราเปิดประเด็นเรื่องนี้ก็จะบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่นตลอดหรือไม่ก็จะเอาเรื่องนี้ไปคุยกับพ่อหรือยายของเขาแทน

เอิร์บ : ตอนนั้นกลัวแม่จะดุ ไม่พอใจกับเป้าหมายที่เราวางไว้ เหมือนตอนนั้นเราก็เล่าไปว่าเราก็อยากเป็นครู แต่แม่ก็พูดขึ้นมาว่าเป็นอาจารย์มันดีกว่าซึ่งมันเป็นความเห็นไม่ตรงกันแล้ว ผมก็เลยคิดว่าถ้าเราพูดอีกแม่ก็อาจจะดุเรา

2. ทำไมแม่ถึงคิดว่าครูไม่ดีเท่าอาจารย์

แม่ : เพราะความที่เราเป็นอาจารย์ทำให้รู้สึกว่างานอาจารย์มันก็ดีและมองว่ามันน่าจะเหมาะกับลูกมากกว่า เพราะจากที่แม่มองในมุมของแม่ ลูกเป็นคนที่วิชาการจ๋ามาก ช่างคิด แต่ถ้าเขาเลือกเป็นครู ครูในความหมายของแม่คือครูมัธยม มันจะต้องใช้จิตวิทยากับเด็กเยอะมาก มันดูเหนื่อย ปัญหาก็อาจจะเยอะ เราก็กลัวว่าเขาจะแบกรับไม่ไหวก็เลยอยากให้เขาสอนระดับมหาวิทยาลัยแทน

นอกจากนี้จะเป็นเรื่องรายได้ เรามองว่ารายได้จากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมันมั่นคงมากกว่า มันมีช่องทางอื่นๆ ในการหาเพิ่ม แต่พอเป็นครูประจำในโรงเรียนมันก็เหมือนกับทำงานประจำ ช่องทางการหารายได้ก็น้อยลง เราก็ห่วงเขาตรงนั้น

3. ก่อนเข้าร่วมรายการเหมือนแม่จะมั่นใจมากๆ ว่าลูกอยากเป็นครูใช่ไหมครับ

แม่ : ใช่ เพราะเห็นเขาพูดถึงเรื่องนั้นอยู่บ่อยๆ เวลาเราพูดคุยกันเรื่องอนาคตของเขาบวกกับท่าทางที่ชอบสอนหนังสือด้วย แม่ก็เลยคิดว่าเขาก็คงชอบตรงนี้จริงๆ แหละ ไม่งั้นก็คงไม่พูดบ่อยๆ แต่พอได้เปิดใจกับลูกในรายการก็ปรากฏว่าที่เราคิดมันไม่ใช่

เอิร์บ : ก็ไม่รู้อ่ะครับ เพียงแต่ผมว่าอนาคตมันไม่แน่นอน ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคตเราจะยังชอบการสอนอยู่ไหม

4. แต่พอเปิดใจฟังแล้วรู้ว่าลูกไม่มั่นใจในอนาคตของตัวเอง คุณแม่รู้สึกอย่างไร

แม่ : แม่ก็ตกใจนิดหน่อยว่า ”เอ้า ตกลงยังลังเลอยู่ตรงนั้นหรอ” แต่มันก็ทำให้แม่คิดได้ว่าเราก็ต้องหาทางให้เขามั่นใจในตัวเองมากขึ้นหรือว่าพยายามหาเป้าหมายให้เจอ ซึ่งตอนนี้ยังพอมีเวลาอยู่ แม่เลยไม่อยากรีบร้อน ให้เขาหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ก่อน

5. วิธีการจากหมอตูนที่แล้วชอบคือวิธีการไหน

แม่ : วิธีการพูดที่สะท้อนความรู้สึกของตัวเราเอง หมายถึง ก่อนจะพูดอะไรกับเขาเราก็ต้องแสดงความรู้สึกออกมาให้เขารู้ เช่น “แม่คิดว่า..”, “แม่รู้สึกว่า…” เพื่อให้ลูกเข้าใจเราก่อน ไม่เหมือนการสั่งหรือพูดอะไรโดยไม่ได้อธิบายความรู้สึกของเรากับเขา เช่น ปกติเราจะพูดว่า “แม่รู้สึกเป็นห่วง..เลยไม่อยากให้ลูกทำ…” แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือแม่พูดว่า “ต้องทำอย่างนี้นะ ทำเดี๋ยวนี้” ซึ่งถ้าเป็นแบบหลังลูกจะไม่เข้าใจเราเลยและอาจทำให้เขาไม่รับฟังเรา

เอิร์บ : ผมเห็นด้วยกับแม่ครับเพราะพอแม่เปลี่ยนการพูด ความรู้สึกของผมมันก็เปลี่ยนไป ผมกล้าเปิดอกคุยกับแม่มากขึ้น

6. ผลลัพธ์จากการที่แม่ลองปรับมาฟังลูกมากขึ้นดีหรือไม่ดีอย่างไร

แม่ : ดีขึ้นเพราะน้องก็ผ่อนคลายมากขึ้นเวลาที่คุยกับเรา ตั้งใจฟังและพร้อมที่จะฟังเรามากขึ้น เพราะปกติลูกเหมือนกลัวไปก่อนว่าจะมาดุ มาโวยวายอย่างเดียว วิธีการสะท้อนความรู้สึกของคุณหมอก็เลยตอบโจทย์เรื่องนี้มาก

7. ทั้งสองมองว่าตัวเองและอีกฝ่ายพัฒนาอย่างไรบ้าง

แม่ : ในส่วนของตัวเอง มองว่าเป็นเรื่องวิธีการสื่อสาร เพราะเราพยายามที่จะอ่อนโยนกับลูกให้มากขึ้นและพยายามทำให้น้องรู้สึกรีผ่อนคลายเวลาที่อยู่กับเรา เขาจะได้ฟังเราและกล้าเปิดใจกับเรา ส่วนตัวน้องที่เปลี่ยนไปก็คือน้องดูผ่อนคลายกับเรามากขึ้น เหมือนกล้าที่จะพูดกับเรามากขึ้น แม้จริงๆ แล้วเขาอาจจะมีโลกส่วนตัวของเขาอยู่ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ได้คุยกันเยอะขึ้น มีความเป็นกันเองมากขึ้น ได้รู้จักเขามากขึ้น

เอิร์บ : เราก็กล้าเปิดอกคุยกับแม่มากยิ่งขึ้น ส่วนแม่ก็เวลาคุยก็ใจเย็นลงต่างจากเมื่อก่อนที่ไม่ค่อยมีเหตุผลครับ แหะๆ

พออ่านมาถึงตรงนี้แล้วแอดสัมผัสได้ว่าการสื่อสารมีผลต่อทุกเรื่องระหว่างพ่อแม่กับลูกจริงๆ อย่างกรณีนี้แค่แม่ลองปรับวิธีการพูดโดยการใช้การสะท้อนความรู้สึกก็เปลี่ยนให้ลูกที่มักเก็บเรื่องไม่มั่นใจไว้คนเดียวเปิดเผยออกมาในเวลาไม่นานเลย คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่เห็นว่าลูกเรื่องปิดบังอะไรไว้ก็ลองนำวิธีการนี้ไปใช้ได้นะครับ

 

ติดตามรายการรอลูกเลิกเรียน ตอน ลูกมีปัญหาเรื่องเรียนต่อ

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องเรียนต่อได้ดีหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

afterschoolonline.tv
Scroll to top