afterschool

ไม่ไหวบอกไหว!!

ไม่ไหวบอกไหว!! ความมั่นใจของลูกพ่อแม่นี่แหละต้องขุดมันขึ้นมา

อาการตุ้มๆ ต่อมๆ ตอนที่ครูสุ่มเรียกชื่อนักเรียนให้ตอบคำถามทีละคน หรือแม้การแสดงท่าทีเลิ่กลั่กเสมอเวลาที่ต้องทำความรู้จักเพื่อนใหม่ แต่กลับเพลิดเพลินและมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ อย่าง การนอนอยู่บ้านเฉยๆ ดูทีวี เล่นแชทกับเพื่อน ทั้งหมดนี้เป็นอาการ “ขี้อาย” ของเด็กๆ ที่เราสามารถเห็นได้ทั่วไป แต่ว่าถ้าเจ้าเด็กขี้อายคนนี้ดันกลายเป็นลูกของเราซะนี่ เชื่อว่าพ่อแม่ร้อยทั้งร้อยก็คงกังวลไม่น้อยเลยล่ะ

ลักษณะของ เด็กขี้อาย

วิธีสังเกตเด็กขี้อายไม่ได้ดูจากบุคลิกภาพของเขา แต่ดูออกได้จากท่าทางต่างๆ ที่เขาแสดงออกมามากกว่า ไม่ว่าจะเป็น การเหลือบมองแล้วหลบสายตา ชอบจ้องมองพื้นเป็นประจำ สงวนท่าทีดูไม่เป็นธรรมชาติ เลิ่กลั่กและลังเล ส่วนการพูดก็พูดเสียงเบา ไม่เจื้อยแจ้ว ไม่ช่างเจรจาฉอเลาะกับใครเท่าไรนัก

ระดับความขี้อายก็แตกต่างกันไปอีก เด็กบางคนไม่ชอบการอยู่รวมกลุ่มก็เลือกที่จะไปไหนมาไหนคนเดียว ส่วนเด็กบางคนที่ปรับตัวได้ช้าไม่ได้หมายความว่าไม่อยากมีกลุ่มเพื่อน แต่ขอเวลาทำใจสักหน่อยก็สามารถปรับตัวได้ในที่สุดและเข้าร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข แต่ในทางตรงกันข้าม เด็กที่มีอาการขี้อายมากๆ จะหลบเลี่ยงการพบปะกับสังคมและมักจะถูกแยกออกจากกลุ่ม อาการขี้อายจึงอาจเป็นปัญหาที่น่าวิตกในกรณีที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เพื่อน ครู และบุคคลอื่นๆ ในสังคม

เหตุใดลูกแม่ถึง ขี้อาย

ลูกขี้อายมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัย คือ
1. พื้นฐานนิสัยและอารมณ์ของเด็กเองเป็นสิ่งที่มีติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิด แบ่งได้เป็น 4 แบบ คือ
1.1 เด็กปรับตัวง่าย เป็นเด็กที่ปรับตัวได้เก่ง อารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี ยิ้มง่าย สมาธิดี ไม่ซนมาก
1.2 เด็กปรับตัวยาก คุณพ่อคุณแม่อาจเหนื่อยหน่อยเพราะเป็นเด็กที่มีนิสัยตรงข้ามกับเด็กเลี้ยงง่ายเลยลูกจะกินนอนไม่เป็นเวลา  หงุดหงิดง่าย  งอแงเก่ง                    อารมณ์ไม่คงที่และที่สำคัญไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์จนทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดุคอยเตือนอยู่เสมอ
1.3 เด็กปรับตัวช้า พื้นฐานนิสัยและอารมณ์ข้อนี้แหละที่อยู่ในเด็กขี้อาย เพราะเด็กกลุ่มนี้จะขี้กังวล ทำอะไรแต่ละอย่างคิดหน้าคิดหลังก่อนเสมอจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลายถึงเข้ากับคนอื่นได้
1.4 เด็กนิสัยผสม บอกตรงๆ ว่าเด็กประเภทนี้ ผู้ใหญ่คงดูออกยากนิดนึง เพราะเขาจะทำอะไรตามอารมณ์เสมอ บางครั้งก็ปรับตัวได้  บางครั้งก็มีความกังวลให้ได้เห็นหรือบางทีก็หงุดหงิดง่ายซะงั้น

2.สิ่งแวดล้อมของเด็กซึ่งมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ว่าเลี้ยงเขามาแบบไหน ในกรณีเด็กขี้อายมาจากการเลี้ยงดูแบบไม่ให้อิสระกับเด็ก มักจะออกคำสั่งอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ฟังความเห็นของลูกเลยจึงทำให้ลูกไม่กล้าคิด กลัวผิด ไม่กล้าตัดสินใจจนกลายเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง

ถ้ายังอาย ลูกจะ อด อะไรบ้าง

ปัญหาของการไม่กล้าแสดงออกของลูกอาจไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกของคุณอาจพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตได้เหมือนกัน ฉะนั้น เราลองมาดูกันว่าถ้าลูกเราเข้าสู่วัยรุ่นแล้วยังขี้อายอยู่ เขาจะพลาดโอกาสดีๆ อะไรบ้าง

  1. ลดโอกาสในการพัฒนาและฝึกทักษะการเข้าสังคม
  2. มีเพื่อนน้อย
  3. ลดโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีความสนุกสนานและการแข่งขันที่ต้องร่วมเล่นกับผู้อื่น เช่น การกีฬา, การเต้น, การแสดงและการเล่นดนตรี
  4. ลดคุณค่าในตัวเอง มีความพึงพอใจในตัวเองต่ำและเพิ่มความรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น
  5. ลดความสามารถในการตัดสินใจ
  6. มีระดับความกังวลสูง
  7. มีการแสดงออกทางร่างกายว่าเขินอายบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการหน้าแดง, พูดติดอ่างและตัวสั่นเทา

เปลี่ยนจาก อายให้กลายเป็น กล้า

ถึงลูกจะขี้อายแต่พ่อแม่อย่าหมดหวัง มันมีวิธีการแก้ไขอยู่

จากรายการรอลูกเลิกเรียนตอนล่าสุดของเรา แพทย์หญิงวิมลรัตน์ วันเพ็ญ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ บอกว่าการแก้อาการขี้อายของลูกนั้นเป็นไปได้และพ่อแม่ก็เป็นตัวช่วยสำคัญของลูกในเรื่องนี้ด้วย โดยหมอวิได้บอกได้บอกวิธีแก้ไขปัญหาอาการขี้อายของลูกได้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

  1. พ่อแม่ต้องยอมรับว่าลูกไม่เหมือนเรา ข้อนี้ถือเป็นด่านสำคัญมากๆ ที่พ่อแม่ต้องลงมือทำ เพราะถ้าหากพ่อแม่ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นไม่ได้ ในกรณีนี้คือลูกขี้อายจนน่าหงุดหงิด มันก็จะส่งผลให้พ่อแม่หงุดหงิดและตะคอกใส่ลูกเหมือนเดิมเมื่อลูกทำไม่ได้ดั่งใจ ดังนั้น พ่อแม่จึงควรยอมรับว่าลูกไม่ใช่เรา ไม่มีทางมีนิสัยเหมือนกันและควรภูมิใจในสิ่งที่ลูกเป็น
  2. สะท้อนความรู้สึก อาการเขินอายของลูกบางครั้งก็สร้างอารมณ์หงุดหงิดใจให้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่และจบลงด้วยการทะเลาะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ฉะนั้น วิธีการหยุดทะเลาะที่ง่ายที่สุด คือ การเข้าใจความรู้สึกของลูก พูดประโยคที่น่าฟังให้ลูกได้ยิน ยกตัวอย่างจากรายการที่น้องลิลลี่ไม่กล้าสั่งอาหารกินเอง ในตอนแรกแม่แสดงอารมณ์หงุดหงิดถึงขั้นพูดว่า “ถ้าไม่กินก็ไม่ต้องกิน” แต่พอหลังการทดลองแล้ว แม่ก็ได้เปลี่ยนคำพูดเป็น “ทำไม(ไม่สั่งเอง)ล่ะ น้อยใจแม่หรอ” “น้อยใจที่แม่ไม่ไปสั่งให้หรอ” “งั้นเดี๋ยวแม่ไปสั่งให้หนูใหม่ก็ได้” คำพูดในลักษณะนี้ก็จะช่วยให้ลูกสงบอารมณ์ตรงนั้นลงได้
  3. การฝึกทักษะทางสังคมทั้ง 3 ขั้นให้กับลูก โดยแอดขออนุญาตยกสถานการณ์ “การสั่งอาหาร” เป็นตัวอย่างและไล่เรียงไปทีละขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 พ่อแม่ทำให้ลูกทั้งหมดก่อน ขั้นตอนนี้เหมือนเป็นการปรับพื้นฐานให้กับลูก ให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านการกระทำที่ถูกต้องของเรา เช่น เดินไปสั่งอาหารที่ลูกอยากกินให้เขาเลย

ขั้นที่ 2 ทำด้วยกัน เมื่อลูกได้เรียนรู้ผ่านการสังเกตการณ์แล้ว ลองฝึกเขาให้ลงสนามจริงกัน แต่ยังไม่ปล่อยให้เขาลุยเดี่ยวนะ เพราะการมีพ่อแม่อยู่ข้างๆ ในการเริ่มทำสิ่งใหม่จะทำให้ลูกผ่อนคลายและอุ่นใจที่จะทำเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จไปได้ ในขั้นตอนนี้ คือ คุณแม่ต้องพาเขาไปสั่งอาหาร โดยอาจจะบอกแม่ค้าว่าสั่งก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม แต่ให้ลูกสั่งรายละเอียดต่างๆ ตามที่เขาอยากกินเอง

ขั้นที่ 3 ปล่อยให้ลูกลงมือทำด้วยตัวเอง เมื่อถึงขั้นนี้คุณแม่ต้องปล่อยให้เขาได้ลองบินเดี่ยวแล้ว แรกๆ เขาอาจจะเรียกให้คุณไปสั่งให้ แต่คุณต้องลองให้เขาไปสั่งเอง โดยใช้คำพูดที่เป็นการชักชวน ไม่ใช่การบีบบังคับ เช่น ลองไปสั่งดูนะลูก และตบท้ายด้วยการให้กำลังใจว่า “ลูกทำได้ แม่เชื่อมั่นในตัวหนู” เป็นต้น

  1. การชม สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เพื่อสร้างกำลังใจให้ลูกทำต่อไป

ตัวอย่างคำชมเมื่อลูกกล้าทำอะไรด้วยตัวเอง

  • วันนี้ลูกเก่งมากเลย
  • แม่ภูมิใจในตัวลูก
  • ทำได้ขนาดนี้เจ๋งมากๆ สมแล้วที่เป็นลูกของแม่

คำพูดให้กำลังใจมันไม่ยากเลยใช่ไหม? ถ้าลองสังเกตดูให้ดีไม่มีคำพูดไหนเลยที่ต้องประดิษฐ์ให้สวยหรู เพราะคำเหล่านี้มีคุณค่าในตัวมันเองหมดแล้ว

คุณมีทักษะการสื่อสารกับลูกหลานวัยรุ่นได้ดีขนาดไหน แบบทดสอบนี้ช่วยคุณได้

ส่วนพ่อแม่อยากศึกษาเทคนิคการสื่อสารกับลูกไม่เพียงแค่เรื่องการให้กำลังใจ สามารถเรียนรู้ได้ที่

 

เครดิต

https://www.betterhealth.vic.gov.au/health/healthyliving/shyness-and-children
https://www.facebook.com/237160756408180/photos/237196586404597
http://taamkru.com/th/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2/
https://www.amarinbabyandkids.com/health/kids-psychiatric-diseases/
Scroll to top