AFTERSCHOOL

รายการที่จะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเข้าใจและสื่อสารกับลูกหลานวัยรุ่นได้ดีขึ้น
เราเชื่อว่าการพูดคุยกันในครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้คนในครอบครัวเข้าใจกันมากขึ้น

ลูกคุยกับเพื่อนต่างเพศ

“รอลูกเลิกเรียน” ตอนที่ 8 ขอเสนอเรื่องราวของแม่อิ๋วและน้องอิง แม่อิ๋วเป็นห่วง เพราะแม่อิ๋วรู้ว่าน้องอิงมีแฟนแต่กลับไม่เล่าให้แม่ฟังทั้งๆ ที่ในครอบครัวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ที่ติดมากที่สุดอาจจะเป็นเพราะน้องอิงเขินจนแม่ไม่กล้าถามต่อ

เพราะอะไรที่ทำให้น้องอิงไม่กว้าที่จะเล่าให้แม่อิ๋วฟัง และแม่อิ๋วจะเปิดใจให้น้องเล่าเรื่องแฟนได้อย่างไร เรามาร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กันครับ

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องปัญหาที่โรงเรียนได้ดีแล้วหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

ลูกมีปัญหาที่โรงเรียน

ในฐานะที่คุณเป็นพ่อแม่ คุณจะรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าลูกมีปัญหาที่โรงเรียน แต่กลับไม่ยอมเล่าให้เราฟัง!

“รอลูกเลิกเรียน” ตอนที่ 7 ขอเสนอเรื่องราวของพ่อต่ายและน้องใบเตยที่ไม่เข้าใจกัน เมื่อพ่อต่ายรู้ถึงปัญหาของลูกที่โรงเรียนและพร้อมที่จะร่วมแก้ไขไปด้วยกัน แต่น้องใบเตยไม่กล้าเล่าเรื่องให้พ่อฟัง

เพราะอะไรที่ทำให้น้องใบเตยไม่กล้าเล่า และพ่อต่ายจะทำภารกิจชวนลูกเล่าเรื่องได้สำเร็จหรือไม่ ไปร่วมลุ้นพร้อมกันครับ

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องปัญหาที่โรงเรียนได้ดีแล้วหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

ลูกติดมือถือ

“รอลูกเลิกเรียน” ตอนที่ 6 ขอเสนอเรื่องราวของน้องอุ้ม ที่ติดโทรศัพท์ขนาดหนักถึงขั้นดูแลรับผิดชอบชีวิตตัวเองขั้นพื้นฐานไม่ได้ โลกทั้งใบอยู่ในมือถือ พฤติกรรมนี้ทำให้แม่แอ๋วรู้สึกเป็นห่วงว่าจะทำให้การเรียนตก ถูกมิจฉาชีพหลอก และไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตตัวเองในอนาคตได้

ในครั้งนี้ รายการรอลูกเลิกเรียนจึงชวนแม่แอ๋วมาร่วมภารกิจเปิดใจกับลูก มาร่วมลุ้นกันว่าแม่แอ๋วจะจัดการกับลูกที่ติดมือถืออย่างไร ไปติดตามชมพร้อมกันครับ

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องติดมือถือได้ดีหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

ลูกชอบขอของรางวัล

“รอลูกเลิกเรียน” ตอนที่ 5 ขอเสนอเรื่องราวของน้องเคนจิ วัยรุ่นที่ชอบขอของรางวัลกับทุกสิ่งไม่ว่าเรื่องที่ทำสำเร็จจะเล็กหรือใหญ่ขนาดไหน พฤติกรรมของเคนจิทำให้แม่รู้สึกเป็นห่วงว่าเมื่อโตขึ้นเคนจิจะดูแลตัวเองลำบาก เพราะคาดหวังสิ่งตอบแทนอยู่เสมอ ถ้าไม่ได้ก็จะไม่ทำ

ในครั้งนี้ รายการรอลูกเลิกเรียนจึงชวนแม่นุชมาร่วมภารกิจเปิดใจกับลูก มาร่วมลุ้นกันว่าแม่นุชจะจัดการกับลูกที่ชอบขอของรางวัลอย่างไร ติดตามชมพร้อมกันครับ

ลูกมีพฤติกรรมต่อต้าน

“รอลูกเลิกเรียน” ตอนที่ 4 นำเสนอเรื่องราวของแม่เปิ้ลแล้วน้องพรามณ์ ด้วยความหวังดี คุณแม่จะคอยช่วยสนับสนุนคอยถามให้ลูกอยู่เสมอ  มีหลายครั้งที่ทะเลาะกัน จนบางน้องพรามณ์ก็รู้สึกรำคาญที่แม่กะเกณฑ์ชีวิตจนเกินไป เมื่อแม่พูดก็เหมือนจะรับฟัง แต่ไม่ทำตาม แม่มองว่าน้องพรามณ์เป็นคนดื้อเงียบ และเป็นห่วงว่าในอนาคตจะใช้ชีวิตลำบาก

ในครั้งนี้ รายการรอลูกเลิกเรียนจึงชวนแม่เปิ้ลมาร่วมภารกิจเปิดใจกับลูก มาร่วมลุ้นกันว่าแม่เปิ้ลทำได้สำเร็จหรือไม่ ร่วมลุ้มไปพร้อมๆ กันครับ

ลูกกดดันเรื่องการเรียน

“รอลูกเลิกเรียน” ตอนที่ 3 นำเสนอเรื่องราวของพ่อโอ๋และน้องวีกีส ซึ่งครั้งหนึ่งน้องวีกีสเคยร้องไห้หนักมากเพราะสอบตกวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องนี้ทำให้พ่อโอ๋ตกใจ ด้วยความที่เห็นลูกเสียใจจึงไม่ได้คุยเรื่องนี้กันอีก

ในครั้งนี้ รายการรอลูกเลิกเรียนจึงชวนพ่อโอ๋มาร่วมภารกิจเพื่อทำความเข้าใจ และหาทางเคลียร์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น

ร่วมลุ้นไปกับพ่อโอ๋ว่าจะทำให้น้องวีกีสยอมเปิดใจเล่าเรื่องในอดีตได้หรือไม่ แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องวีกีสร้องไห้ในวันนั้น ไปรับชมพร้อมกันครับ

โลกเปลี่ยน วัยรุ่นก็เปลี่ยน แล้วคุณมีทักษะเพื่อสื่อสารกับลูกได้ดีแค่ไหน?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

คุณสื่อสารกับลูกหลานวัยรุ่นของคุณได้ดีขนาดไหน?

WEEKLY UPDATES

คุณแม่แบบไหนที่แฟนของลูกนับถือให้เป็น “แม่ยายในฝัน”

พูดกันตรงๆ เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่เด็กวัยรุ่นจะชมพ่อแม่แฟนด้วยความจริงใจ

แต่คุณเติ้ลสมาชิกเพจ Toolmorrow อดีตเด็กปวช.ที่คบเด็กม.2 ก็เล่าเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อแม่แฟนเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่สามารถเปลี่ยนความคิดแย่ๆ ของคุณเติ้ลให้กลายเป็นความหวังดีกับลูกสาวเขาอย่างจริงใจตลอดระยะเวลาที่คบกันได้ 

มาดูกันว่าคุณแม่(อดีต)แฟนของคุณเติ้ลมีดีอย่างไรถึงทำให้คุณเติ้ลประทับใจอยู่ แม้เวลาจะผ่านมาเป็นเวลา 10 กว่าปีแล้วจากบทสัมภาษณ์นี้เลย

ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่คุณรู้จักแม่แฟนคนนี้ครั้งแรกให้ฟังหน่อยครับ

วันนั้นผมโทรหาแฟนแต่แม่แฟนรับสายเพราะแฟนอาบน้ำอยู่ แม่บอกให้รอสายสักพักแล้วก็เข้าประเด็นถามผมเลยว่าใช่แฟนน้องหรือเปล่า ผมอึ้งไป ตอนแรกกะจะวางหู แต่ก็รวบรวมความกล้าตอบไปตรงๆ เลยว่ากำลังคุยๆ กันอยู่ แต่ยังไม่ตกลงเป็นแฟนเพราะตอนนั้นผมก็กำลังจะจบปวช. ส่วนน้องก็เรียนอยู่แค่ม.2 เอง 

พอตอบไปแบบนั้น แม่ไม่ได้ว่าคุณไม่จริงใจกับลูกเขาเหรอ

ยังครับ แม่ถามต่อว่ารู้จักน้องได้ยังไง ผมเลยตอบว่าเจอน้องตอนผมไปเล่นบาสที่โรงเรียน เห็นว่าน้องน่ารักและมีคนเข้าหาน้องเยอะ และสุดท้ายผมก็มีโอกาสได้ไปคุยซึ่งตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดจะจีบหรืออะไรนะเพราะน้องเขาอายุห่างกับผมเยอะอยู่ แต่พอผมได้คุยไปนานๆ ผมรู้สึกชอบ เพราะน้องเขาน่ารักและมีความคิดเป็นผู้ใหญ่  เข้าใจระยะห่างกับคนต่างเพศได้ดี ผมชอบตรงจุดนี้ครับ แต่ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้จะคบกันเป็นแฟนได้หรือเปล่า ผมแค่อยากจะลองคุยกับน้องไปแบบนี้ก่อนครับ ผมถามแม่น้องว่า แม่ อนุญาตมั้ยครับเค้าตอบแทบจะไม่คิดเลยว่าได้  ทำให้ผมอึ้งไปเลย

คุณกำลังจะบอกว่าคุณประทับใจในความใจกว้างของแม่แฟน?

ใช่ครับ แต่ว่ามีมากกว่านั้นอีก แม่แฟนคนนี้ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ไม่อึดอัดเวลาที่เจอกันด้วยครับ มีวันนึงเขามารับน้องที่โรงเรียน และเขาก็มาคุยกับผมอีก เหมือนว่าผู้ใหญ่คุยกับเด็กอะไรทำนองนั้นเลย จุดนั้นทำให้ผมผ่อนคลายมาก และก่อนจะกลับเขามาคุยกับผม 2 คนว่าฝากดูแลน้องด้วยนะ แม่ว่าแม่ไว้ใจไม่ผิด ถ้าพี่เห็นผมก็คงคิดเหมือนผมว่าแม่เชื่อใจคนอย่างผมได้ไง อารมณ์คล้ายๆ คนติดยาด้วยซ้ำ  ผอมๆ ดำๆ แต่แม่ก็ให้ความไว้วางใจกับผมจากการคุยกันแค่ 2 ครั้ง ผมก็เลยตอบว่าได้ครับ ผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุดไม่ให้แม่ต้องเป็นกังวลแน่นอน หลังจากนั้นก็มีไปเที่ยวกันบ้าง แต่แม่ของน้องก็จะไปด้วยตลอด ผมกับน้องก็ไม่ได้อึดอัดอะไรนะครับ สบายใจและขอบคุณเขาด้วยซ้ำ คือผมไม่ต้องออกอะไรเลย (หัวเราะ) จุดนี้ ผมบอกได้เลยว่า วัยรุ่นที่เจอแม่ของผู้หญิงแบบนี้ ไม่มีโอกาสได้คิดร้ายกับลูกเขาแน่ๆ

ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น

ผมคิดว่ามันเป็นการที่น้องได้รับการเลี้ยงดูจากแม่อย่างใส่ใจจนทำให้น้องมองออกว่าผู้ชายคนไหนดีหรือไม่ดีได้ แต่ถ้าน้องมองไม่ออกจริงๆ ก็ยังวางใจได้ที่แม่ของน้องก็ยังสอดส่องดูแล มาแสกนอีกทีว่าผู้ชายคนนี้ผ่านไหม สมควรเป็นเพื่อนต่างเพศของลูกไหม 

ถ้าพูดกันตามตรงเลยผู้ชายที่คิดไม่ดีกับฝ่ายผู้หญิงจริงๆ จะทนคบกับผู้หญิงที่จะทำอะไร จะไปที่ไหนก็มีแม่ตามไปด้วยตลอดได้เหรอ ผมคิดว่าสุดท้ายยังไงต้องเลิกเพราะไม่ใช่แนวที่จะคบด้วย อย่างผมก็ยอมรับเลยว่าก็เป็นคนที่มีความคิดเหมือวัยรุ่นผู้ชายทั่วไปที่เวลาคบเด็กจะหวังอะไร น่าจะพอเดากันออกนะครับ แต่เจอแม่ฝ่ายผู้หญิงแบบนี้ ความคิดที่ไม่ดี มันมลายหายไปหมด มีความเคารพมีความเกรงใจ และให้เกียรติน้องเขาตลอด ดังนั้น ผมว่าการที่ผู้ปกครองทำให้ลูกตัวเองไว้ใจที่จะคุยได้ทุกเรื่องมันเป็นการปกป้องลูกได้ดีอย่างหนึ่งเลยครับ

ข้อดีของการได้รู้จักแม่แฟนที่มีนิสัยแบบนี้

แม้ตอนนี้ผมกับน้องจะเลิกกันแล้วและก็ไม่ได้ติดต่อกับแม่เขาแล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกดีกับการสอนของแม่น้องเขาอยู่เลย แม่ของน้องเล่าว่าก็เคยพลาดมาเหมือนกัน แต่เขาไม่เอาความพลาดนั้นมาห้ามลูก เพราะการที่เขาพลาดมาจากที่บ้านห้ามนั่นแหละ ผมเลยมองว่าแม่น้องน่ารักมากๆ และผมก็จะสอนลูกแบบนี้เหมือนกัน

อย่างที่แอดบอกไว้แต่แรกว่าหายากนะที่จะเจอแฟนของลูกคนไหนชมพ่อแม่แฟนด้วยความจริงใจแบบนี้ จากกรณีของคุณเติ้ลผ่านมาเป็น 10 แล้วเขาก็ยังจำคุณแม่ของแฟนเก่าท่านนี้ได้แม่น ทั้งวิธีการพูดคุยกับลูกเรื่องแฟน การแสดงออกด้วยท่าทีที่น่าเคารพต่างๆ ต่อคุณเติ้ลจนสุดท้ายก็ช่วยทำให้ความคิดที่ไม่ดีของคุณเติ้ลหมดไป รวมทั้งคุณเติ้ลยังจดจำวิธีการสอนลูกดีๆ แบบนี้ไปใช้กับครอบครัวตัวเองต่อไปอีก 

ฉะนั้น สำหรับพ่อแม่ที่ลูกอยู่ในวัยนี้ก็ลองเปิดใจให้เขาได้ลองมีความรักดูครับ ไม่ต้องปิดกั้น คุณอาจจะแค่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในวันที่เขามีความสุขหรือเจ็บจนทนไม่ไหวดีไหมครับ?

ติดตามรายการรอลูกเลิกเรียน ตอน ลูกเริ่มคุยกับเพศตรงข้าม

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องติดมือถือได้ดีหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

นักจิตฯ แนะวิธีเยียวยาหัวใจลูก เมื่อลูกตกเป็นประเด็นให้คนอื่นนินทา

เราจะเห็นบ่อยๆ เวลาที่มีข่าวเด็กสาวมีเพศสัมพันธ์หรือท้องในวัยเรียน พ่อแม่ฝ่ายหญิงต้องเรียกผู้ใหญ่ทางฝ่ายชายมาคุยกันว่าจะแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไร และหลายครั้งเมื่อผู้ใหญ่คุยกันเสร็จมักจะจบลงด้วยการแต่งงานเสมอ โดยเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องแก้ไขด้วยวิธีนี้เกิดจากความอับอาย กลัวถูกสังคมประณามนั่นเอง (ข่าวฉบับเต็ม : http://bit.ly/2LmQd7q)

วันนี้แอดเลยชวนคุณวรพจน์ พนาปวุฒิกุล (พี่เจมส์) นักจิตวิทยาคลินิกปฏิบัติการ แห่งศูนย์สุขภาพจิตที่ 4 กรมสุขภาพจิตมาเผยมุมมองเรื่องเพศและเทคนิคแก้ปัญหาสำหรับพ่อแม่ที่ลูกทำผิดพลาดในเรื่องเพศไป มาดูคำตอบของนักจิตวิทยาท่านนี้ได้ที่บทสัมภาษณ์ด้านล่างเลยครับ

พี่เจมส์มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธุ์ในวัยเรียน รวมไปถึงวัยรุ่นที่ท้องในวัยนี้

ขอเคลียร์ตรงนี้ก่อนว่าการท้องก่อนแต่งกับการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนคนละประเด็นกันนะ การท้องก่อนแต่งมันไม่เหมาะสมอยู่แล้ว ถึงจะพูดให้มันเหมาะสมยังไงก็ไม่เหมาะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าไม่เหมาะสมแล้วจัดการยังไง นั่นเรื่องนึง แต่สำคัญกว่าคือถ้าคุณรักจะมีเพศสัมพันธ์คุณก็ต้องเรียนรู้ที่จะป้องกันอย่างถูกต้อง พี่ซีเรียสเรื่องนี้มากกว่า

การห้ามวัยรุ่นให้มีเพศสัมพันธ์มันยาก มันเป็นเรื่องหลอกตัวเองที่จะให้วัยรุ่นสมัยนี้บริสุทธิ์ไปจนถึงวันแต่งงาน ฉะนั้น ถ้าพ่อแม่เลี้ยงลูกให้ไม่มีเพศสัมพันธ์ไปจนกระทั่งแต่งงานได้ พี่ก็ดีใจนะ แต่ถ้ามันไม่ได้พ่อแม่ก็ควรจะสอนเรื่องเพศที่ถูกต้องให้ลูกเพราะเวลาพี่มีโอกาสไปสอนผู้ปกครอง พี่มักจะถามคำถามหนึ่งเสมอ “คุณพร้อมให้ลูกของคุณมีเพศสัมพันธ์ตอนอายุเท่าไร” คำตอบที่ได้มีเยอะหลากหลายมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นจบปริญญา บางคนจบปริญญาโทพร้อมมีงานที่มั่นคง พี่เลยบอกว่า คุณลองถามใจคุณจริงๆ ตัวคุณมีเพศสัมพันธุ์ตั้งแต่อายุเท่าไร คุณไม่ต้องตอบหรอก แต่เจมส์เชื่อว่าสิ่งที่เขาตอบ ไม่ตรงกับสิ่งที่เขาพูด คุณคาดหวังได้กับทุกอย่างแหละ แต่คุณก็รู้อยู่ มันทำไม่ได้ มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณจะให้ลูกคุณรู้เรื่องเพศอย่างถูกต้องติดตัวไว้ จะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ไม่เป็นไร แต่ก็ต้องรู้ ตรงนี้สำคัญกว่า

ถ้าอย่างนั้น ผู้ปกครองควรสอนเรื่องเพศกับลูกอย่างไร

ควรเป็นการสอนอย่างจริงจัง ไม่ใช่การบอกส่งๆ อย่าง “มีแฟนก็ใส่ถุงนะ” มันไม่ได้ประโยชน์อะไร และการสอนต้องสอนตั้งแต่เด็กๆ ค่อยๆ ทีละน้อย เพราะมันจะมีระดับ อย่างเด็กที่กำลังเรียนประถมตอนปลายก็ต้องสอนเรื่องพื้นที่ส่วนตัว ยกตัวอย่างเช่น ถามลูกว่า “หนูเป็นผู้หญิงแล้วมีเพื่อนหรือครูมาโอบไหล่หนูได้ไหม” “ใครมาโอบไหล่หนูได้บ้างที่เป็นเพศตรงข้าม พ่อได้ไหม” อันนี้ได้ หรือ “ใครจับอวัยวะเพศหนูได้บ้าง” พ่อมาจับได้ไหม? ลุงจับได้ไหม พี่ชายจับได้ไหมก็ไม่ได้จริงไหม เรื่องพวกนี้เราต้องสอนเขา พอมาถึงระดับมัธยมก็จะมาสอนอีกระดับหนึ่ง สอนเรื่องการคุมกำเนิด การมีเพศสัมพันธ์ เรื่องหน้าอก อสุจิของผู้ชาย ฯลฯ ตรงนี้คือเป็นหน้าที่พ่อกับแม่โดยตรงเลย 

บางครั้งเมื่อลูกพลาดไปมีเพศสัมพันธ์และดันอยู่ในสังคมที่เคร่งเรื่องนี้มากๆ พี่เจมส์คิดว่าเวลาที่เด็กกลุ่มนี้โดนนินทาเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วไหม

มันก็ไม่ดีแหละ ถามว่ามีใครอยากเป็นขี้ปากชาวบ้านไหม มันต้องโดนอยู่แล้ว ถามว่าอายไหมก็อายอยู่แล้ว รู้สึกผิดไหม รู้สึกผิดอยู่แล้ว แล้วประเด็นคือเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องซุบซิบที่สนุกเอามากๆ เพราะฉะนั้น มันห้ามไม่ได้อยู่แล้วซึ่งตรงนี้ต้องทำใจ 

เด็กกลุ่มนี้ต้องผ่านจุดต่ำสุดนี้ไปให้ได้ซึ่งสิ่งยึดเหนี่ยวที่สำคัญ คือ ครอบครัว ถ้าครอบครัวให้กำลังใจมันก็ดี รวมไปถึงทัศนคติคนรอบข้างด้วย เพราะล่าสุดเมื่อต้นปีพี่เห็นมีกฎกระทรวงออกมาว่าเด็กท้องสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนปกติได้ แต่ในความเป็นจริงโรงเรียนก็พยายามบังคับให้เด็กลาออกอยู่ดี เพราะทัศนคติของครูมองว่าถ้าปล่อยเด็กที่ท้องอยู่ในโรงเรียน เด็กท้องจะเป็นตัวอย่างไม่ดีให้กับเพื่อนๆ เด็กท้องจะมาพูดโพนทะนาว่าท้องไปก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ท้องไปก็เรียนได้ตามปกติ คือ ตราบใดที่ครูยังเชื่อทัศนคติแบบนี้ ไม่ได้ให้โอกาสเด็กมันก็จะเป็นเรื่องยากเหมือนกัน

แต่ถ้าพูดกันจริงๆ แล้ว มันก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่พ่อแม่จะไม่รู้สึกเสียใจ ถ้ารู้ว่าลูกตัวเองท้องก่อนแต่ง

ถูก ผู้ปกครองจึงต้องให้อภัยตัวเองก่อน เรื่องนี้สำคัญมากๆ เลย ต้องเข้าใจว่าทุกคนผิดพลาดได้ซึ่งความผิดพลาดครั้งนี้ดันมีผลลัพธ์ที่รุนแรง ไม่ต่างจากพ่อแม่บางคนที่ผิดพลาดจากการปล่อยลูกไปข้างนอกแล้วเกิดอุบัติเหตุรถล้ม หัวกระแทกพื้นจนสมองพิการ หรือบางคนปล่อยให้ลูกไปเรียนในที่ที่ลูกไม่ได้มีความสุขกับมัน ลูกเศร้า มีความทุกข์ รู้สึกแย่ จนบางครั้งมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต แต่นั่นก็คือความผิดพลาดที่ทุกคนสามารถทำได้

นอกจากการให้อภัยตัวเองแล้วก็ต้องให้อภัยลูก ไม่ใช่มาย้ำว่าเป็นเพราะลูก เราส่งไปเรียนแต่ลูกดันไม่รักดี อย่าเอาความผิดพลาดมาพูดซ้ำๆ ให้เสียใจเล่น ควรให้กำลังใจกัน เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน พี่ว่าตรงนี้แหละจะทำให้มันผ่านพ้นเวลาแบบนี้ไปได้

การถูกนินทามันต้องส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กกลุ่มนี้อยู่แล้ว พ่อแม่ในฐานะคนที่ใกล้ชิดกับลูกที่สุดควรให้ความช่วยเหลือลูกอย่างไร

ต้องให้กำลังใจกันเยอะๆ และก็ต้องบอกให้ลูกเข้มแข็ง ผ่านคำพูดแย่ๆ ของคนอื่นไปให้ได้ซึ่งพี่เคยเจอกรณีหนึ่งเป็นคนใกล้ตัวพี่นี่แหละ น้องเขาพลาดท้องตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เลิกกับแฟน แต่ตอนนี้เขาก็มีหน้าที่การงานที่ดีเป็นพยาบาล น้องคนนี้เขาผ่านเรื่องนี้มาได้เพราะกำลังใจจากครอบครัวล้วนๆ รวมทั้งแม่ของเขาที่เป็นแม่วัยรุ่นเหมือนกัน มีประสบการณ์เหมือนกันเลยช่วยกันประคับประคองกันมาได้

เหมือนพี่กำลังจะบอกว่าการท้องในวัยเรียนมันก็ไม่ได้แย่เสมอไปหรอ

ถามว่ามันถูกต้องไหม มันก็ไม่ถูกต้อง เป็นขี้ปากคนไหม มันก็เป็น แต่แคร์ไหม ชีวิตตอนนี้ของเขา มันโอเคไม่ใช่หรอ มันก้าวข้ามตรงนั้นมาได้แล้ว ใช่ น้องเขาสะดุดหินโดยการมีลูก แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ไม่ต่างจากคนอื่น พี่ว่ามันมีสิ่งที่น่าอายกว่า คือ สมมติน้องคนนี้ท้อง มีลูกออกมาแล้วเปลี่ยนแฟนไปเรื่อยๆ หางานดีๆ ทำไม่ได้ ตอนนี้เขาก็ใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้ มันเลยขึ้นอยู่กับว่าเราจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร มองมันเป็นปัญหาและจมดิ่งอยู่อย่างนั้นหรือว่าจะหาทางออกที่ช่วยพัฒนาตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเดิมต่างหาก

แอดเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนก็คงไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องโดนใครนินทาเพราะความผิดพลาดของเขาเองหรอก อย่างที่พี่เจมส์บอกพ่อแม่ต้องสื่อสารเรื่องเพศกับลูกผ่านการสอนให้ลูกเข้าใจอย่างจริงจังก็เป็นเกราะป้องกันชั้นดีเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องร้ายกับลูก หรือในทางที่แย่ที่สุด ถ้าลูกเกิดพลาดขึ้นมาแล้วการพูดคุย การให้กำลังใจของพ่อแม่ก็เป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้ลูกผ่านวันเหล่านี้ไปได้ ฉะนั้น เข้าไปคุยกับลูกเรื่องนี้ก่อนที่ปัญหาจะเกิดกันครับ

ติดตามรายการรอลูกเลิกเรียน ตอน ลูกเริ่มคุยกับเพศตรงข้าม

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องติดมือถือได้ดีหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

วิธีชวนลูกคุยเรื่องความรักในวัยที่มี “ความลับมากที่สุด”

รู้หรือไม่? ลูกของคุณจะมีความลับมากที่สุดตอนไหน

คำตอบ คือ ช่วงอายุ 13-16 ปีและถ้ายิ่งกำลังอินเลิฟอยู่ด้วยล่ะก็จะให้พวกเขาพูดออกมาก็ยากหน่อยครับ

รศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล เคยกล่าวไว้ว่าวัยรุ่นอายุ 13-16 ปีเป็นช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะเป็นวัยที่ฮอร์โมนเพศอย่างเทสโทสเตอโรนสูงมากประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงของสมองส่วนที่แสวงหาความสุข หรือที่เรียกว่า Limbic reward system มีการตอบสนองมากกว่าปกติ

เมื่อทั้งสองปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้นมาพร้อมกันก็ทำให้พวกเขาอยากรู้อยากเห็น อยากทำอะไรใหม่ๆ ที่ตื่นเต้นเร้าใจและเริ่มต้องการพื้นที่ส่วนตัว เพราะพวกเขากำลังเรียนรู้การเป็นผู้ใหญ่เพื่อสร้างความสัมพันธ์และอยากได้รับการยอมรับจากคนภายนอกที่ไม่ใช่คนในครอบครัวตัวเอง เช่น เพื่อน แฟน ฉะนั้น พ่อแม่ก็อย่าเพิ่งเครียดไป หากลูกไม่ค่อยพูดด้วย โดยเฉพาะเรื่องความรักของเขา

อย่างไรก็ตาม แม้การพูดคุยเรื่องราวความรักกับลูกในวัยนี้จะเป็นเรื่องยาก แต่ก็พอมีเทคนิคให้พ่อแม่ได้เริ่มการสนทนาเรื่องนี้กับลูกได้อยู่ครับ

  1. อธิบายให้ลูกรู้ว่าความรักที่ดีเป็นอย่างไร โดยอธิบายว่าความสัมพันธ์ที่ดีนั้นมาจากความเคารพ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ การสื่อสารและการให้ความช่วยเหลือ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
  2. อธิบายให้ลูกเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ‘ความหลงใหล’ กับ ‘ความรัก’ เนื่องจากทั้งสองอย่างมีความคล้ายคลึงกัน พ่อแม่ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าความหลงใหล คือ ความรู้สึกชอบมากๆ แทบกินไม่ได้ นอนไม่หลับเมื่อไม่ได้เจอ แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วต่างจากความรักที่คนสองคนจะใช้เวลาศึกษานิสัยกันและกันไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเขาคือคนที่ใช่
  3. คุยกับลูกเรื่องเพศสัมพันธ์ ตอนนี้เป็นยุคของการเปิดกว้าง พ่อแม่อย่าอายเลยครับที่จะคุยเรื่องนี้กับลูก ให้พวกเขาได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้จากคุณดีกว่าไปศึกษาเองจากที่ไหนก็ไม่รู้นะครับ เทคนิคการคุยนั้นก็แนะนำว่าให้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากกว่าการบอกตรงๆ เพราะลูกอาจจะไม่ฟังได้ โดยเรื่องที่คุยก็จะเป็นข้อดีข้อเสียของเพศสัมพันธ์ คุณค่าทางจริยธรรม ความรับผิดชอบ ความเชื่อส่วนตัวและยึดตามหลักศาสนาที่คุณนับถือ
  4. ตั้งขอบเขตให้ลูกว่าวัยนี้รักได้เท่าไหน การตั้งกฎถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ อย่างเช่นการท้องในวัยเรียน ฉะนั้น พ่อแม่ควรคุยกับลูกเรื่องกำหนดเวลากลับบ้านซึ่งต้องคุยแบบไม่บังคับให้เป็นข้อตกลงที่พอใจทั้งสองฝ่าย
  5. บอกให้ลูกรู้ว่าคุณสนับสนุนให้เขามีรักที่ดี อาจจะเป็นการรับ-ส่งลูกเวลาที่ลูกออกเดท คอยให้คำปรึกษาหรือแสดงออกให้เห็นว่าคุณเห็นใจเวลาที่เขาเสียใจ แม้กระทั่งลองเล่าเรื่องราวความรักของคุณให้เขาฟังบ้างก็ได้เพื่อให้เขารู้ว่าคุณคอยเป็นที่พึ่งสำหรับเขาได้ตลอดเวลา
  6. ใช้คำพูดที่เปิดกว้างและไม่จำกัดเพศ เวลาจะถามลูกเรื่องความรัก ความรักไม่ได้เกิดขึ้นได้ระหว่างเพศตรงข้ามเท่านั้น ฉะนั้น หากคุณมีคำถามเรื่องแฟนกับลูก ลองใช้คำพูดกลางๆ อย่างประโยคที่ว่า “ตอนนี้ลูกกำลังสนใจใครอยู่หรือเปล่า?” แทนที่จะใช้คำว่า “ลูกชอบผู้ชายคนไหนอยู่หรอ?” สำหรับลูกสาว หรือ “ลูกชอบใครอยู่หรือเปล่า? ใครเป็นผู้หญิงโชคดีคนนั้นน้า?” สำหรับลูกชาย เพราะการพูดแบบนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกเปิดใจกับคุณเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศของเขาหรือเธอได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญมันทำให้พสกเขารู้สึกสบายใจและเป็นตัวของตัวเองได้ในวันที่เขามีความรัก
  7. เคารพความคิดของลูกเวลาที่คุยกันเรื่องความรักของเขา พูดจาสุภาพและให้ความเคารพเรื่องความรักของลูกผ่านการเคารพความเป็นตัวตน ความคิดเห็นและความเชื่อของเขา เพราะการสื่อสารด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงออกถึงสิ่งที่เขาคิดมันจะช่วยพัฒนาการเห็นคุณค่าในตัวเองให้ลูกได้

วิธีเริ่มต้นพูดคุยกับลูกเรื่องความรักมีอยู่มากมาย แต่ใจความสำคัญของการพูดคุยเรื่องนี้ คือ ความเข้าใจ กล่าวคือถ้ายังไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องความรักของเขา พ่อแม่ก็ไม่ควรคะยั้นคะยอให้เขาพูดปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ หากวันไหนเขาพร้อม เวลามีปัญหาเขาก็จะเดินมาหาเราเองและวันนั้นพ่อแม่จะเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาเลย

Sourcethepotential.org , goodtherapy.org

ติดตามรายการรอลูกเลิกเรียน ตอน ลูกเริ่มคุยกับเพศตรงข้าม

อยากรู้ว่าคุณสื่อสารกับลูกเรื่องติดมือถือได้ดีหรือไม่?

เรียนรู้ 10 เทคนิคการสื่อสาร

ร่วมสร้างสรรค์โดย

Scroll to top